*โหมโรง 3จี สีสันร้อน เล่นเอาเดือดตั้งแต่ต้นปี
* พลิกตำราเปิดโมเดลปั้นแบรนด์ทำตลาดที่เหนือกว่า
* กสท รีแบรนด์ 3จี สู่ “my” เร่งสปีดตีกินลูกค้าก่อนคู่แข่ง
* ใครจะครองตลาดต้องทำแต้มเข้าถึงและโดนใจผู้บริโภค
ตลาดฮัลโหล 3จี ถือเป็นสนามรบที่จะสร้างสีสันตระการตามากที่สุดในปี 2555 เพราะไม่เพียงแต่จะเป็นเวทีสร้างจุดเปลี่ยนให้กับวงการโทรศัพท์มือถือเมืองไทย ยังเป็นแหล่งขุมทรัพย์ที่ว่ากันว่าจะสร้างรายได้จากการให้บริการอย่างมหาศาล นั่นก็เป็นเพราะว่าโครงข่าย 3จี จะก่อให้เกิดนวัตกรรมและบริการใหม่ๆ ที่เหนือไปกว่าการโทร.ออกรับสาย (วอยซ์) นั่นเอง จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะเห็นทุกค่ายหมายปองเข้าชิงชัยในสนามนี้ ไม่เว้นแม้แต่เจ้าของโครงข่ายอย่าง “กสท” และ “ทีโอที”
“โทรศัพท์เคลื่อนที่ 3จี และบรอดแบนด์ เป็น 2 ธุรกิจหลักที่จะสร้างรายได้ให้กับ กสท ในอนาคต เพราะอยู่ในความต้องการของผู้บริโภค อีกทั้งธุรกิจอื่นการแข่งขันสูง” วิโรจน์ โตเจริญวาณิช รักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) กล่าว
รอบปีที่ผ่านมา ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้ง 3 ค่าย เอไอเอส ดีแทค และทรู เริ่มเดินสายโปรโมตบริการ 3จี กันอย่างคึกคัก แม้ว่าโครงข่ายในการให้บริการจะยังไม่ได้เป็น 3จี เต็มรูปแบบก็ตาม โดยเป็นการให้บริการในย่านความถี่ 850 เมกะเฮิรตซ์ และ 900 เมกะเฮิรตซ์ ทว่าก็ถือเป็นการปูพรมการรับรู้ผู้บริโภค และชิมลางก่อนการแข่งขันบนเวทีใหญ่ 3จี บนคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ซึ่งคาดว่า คณะกรรมการกิจการวิทยุกระจายเสียง กิจการวิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (กสทช.) จะออกใบอนุญาต ไม่เกินไตรมาส 3 ปีนี้
หากเทียบฟอร์มผู้บริการโทรศัพท์ระบบ 3จี ดูเหมือนว่ากลุ่มทรูจะได้เปรียบรายอื่นมากสุด เพราะหลังจากเข้าซื้อกิจการ บริษัท ฮัทชิสิน ซีเอที ไวร์เลส มัลติมีเดีย จำกัด ผู้ให้บริการซีดีเอ็มเอในพื้นที่ภาคกลาง และเซ็นสัญญาเพื่อให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ HSPA ร่วมกับ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ก็มีการเข็นโฆษณาแบรนด์ใหม่ “ทรูมูฟ เอช” พร้อมแคมเปญการทำตลาด 3จี นำร่องไปก่อนหน้า แถมยังตั้งเป้าจะเพิ่มฐานลูกค้าเป็น 4 ล้านรายในปีนี้ จากปัจจุบันที่มี 4 แสนราย
แม้ทรูจะออกตัวไปก่อน แต่เวทีนี้ เรียกได้ว่ายังเพิ่งเริ่ม และมีโอกาสสำหรับทุกค่าย แม้แต่ กสท ซึ่งเป็นคู่สัญญาและคู่สัมปทานกับกลุ่มทรู เองก็เช่นกัน
“คุณภาพ 3จี แต่ละรายไม่ต่างกันมากนัก สิ่งสำคัญอยู่ที่ว่าใครจะสามารถเข้าถึง และดึงลูกค้าให้เข้ามาใช้เครือข่ายของตนเองได้มากกว่ากัน”
นั่นเป็นเหตุให้ CAT ไม่รอช้า ระเบิดศึกทันทีที่ย่างเข้าเดือนแรกของปี 2555 ด้วยการเปิดตัวบริการไร้สายระบบ 3จี เต็มรูปแบบภายใต้แบรนด์ใหม่ “my” หลังทดลองตลาดอย่างไม่เป็นทางการกับพนักงาน CAT ในปีที่ผ่านมาจนมั่นใจ พร้อมตั้งเป้าจะมีฐานลูกค้าถึง 6 แสนรายในสิ้นปี จากปัจจุบันที่มีลูกค้า 4 พันราย
สิ่งที่ทำให้ CAT มั่นใจว่าลูกค้าจะเข้ามาใช้บริการ my ก็คือ ความได้เปรียบในการเป็นเจ้าโครงข่าย ทำให้ต้นทุนต่ำกว่าคู่แข่ง และสามารถทำราคาแข่งกับเอกชนได้ อีกทั้งยังครอบคลุมพื้นที่ให้บริการมากสุด โดยปัจจุบันมีสถานีฐาน 5,000 สถานีฐาน และจะเพิ่มเป็น 14,000 สถานีฐานในเดือนธันวาคม เพื่อให้โครงข่ายครอบคลุม 90% ของประชากร คลุมพื้นที่ให้บริการกว่า 70 จังหวัด
ราคาและโปรโมชั่นที่ตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าแต่ละกลุ่ม เป็นอีกจุดที่ CAT มั่นใจว่าจะสามารถดึงลูกค้าให้เข้ามาทดลองใช้บริการ เพราะการมีต้นทุนโครงข่ายที่ต่ำ ทำให้สามารถพัฒนารูปแบบและอัตราค่าใช้บริการได้ในราคาที่คุ้มค่ามากกว่า
“การให้บริการโทรคมนาคม เหมือนร้านอาหาร ต้องชิมก่อน ถึงจะรู้ว่าร้านไหนอร่อย เราจึงอยากเชิญชวนให้ลูกค้าได้ลิ้มลองผ่านโปรโมชั่น”
สำหรับแพกเกจที่เตรียมไว้ในช่วงแรกมี 3 แพกเกจ คือ My Smart สำหรับลูกค้าที่ต้องการโทร.และเล่นอินเทอร์เน็ต ลงตัวกับผู้ใช้สมาร์ตโฟน 3จี ให้เล่นเน็ตไม่จำกัด พร้อมค่าโทร.เพียง 790 บาท/เดือน my Click แพกเกจสำหรับลูกค้ากลุ่มที่เน้นใช้งานอินเทอร์เน็ตเป็นหลัก อัปเดตได้ทุกเวลาโดยผ่าน ไอแพด แท็บเลต และแอร์การ์ด เริ่มต้นที่ 99 บาท/เดือน และ My Talk สำหรับกลุ่มลูกค้าที่เน้นโทร.ทั้งเรื่องงานเรื่องส่วนตัว ให้อิสระโทร.ฟรีทุกเครือข่ายสูงสุดนาน 800 นาที/เดือน โดยในช่วงแรกจะเป็นการเปิดให้บริการในรูปแบบเหมาจ่ายรายเดือนเพียงอย่างเดียว ส่วนแบบเติมเงินคาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ประมาณเดือนมิถุนายน
พร้อมกันนี้ ยังจะมีการทำตลาดในรูปแบบ bundle service ด้วยการนำเสนอโปรโมชั่นพิเศษการใช้งานบริการ my ควบคู่กับบริการอื่นๆ ของ CAT ที่มีอยู่ เช่น โทรศัพท์ต่างประเทศ 001/009, บริการ ADSL, บริการ e-business อีกทั้งยังจะนำเอาซิมการ์ดเข้าไปบันเดิลกับการจำหน่ายโทรศัพท์มือถือ ไม่ว่าจะเป็นร้าน TG และ i-Mobile
เนื่องจากเป็นแบรนด์ใหม่ ทำให้ปีนี้ CAT จะเน้นไปที่การสร้างการรับรู้ต่อเนื่องจากปี 2554 ผ่านสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ทั้ง Below the Line และ Above the Line ควบคู่ไปกับการจัดกิจกรรมการตลาดในพื้นที่เพื่อให้ผู้สนใจได้สัมผัสและทดลองใช้บริการ
ขณะที่ช่องทางการจัดจำหน่าย CAT จะมีการขยายและพัฒนา touch point ในรูปของ CAT shop และ my shop อีก 100-150 สาขาภายในปี 2555
ทีโอทีลั่นกลองรบ พ.ค.เต็มสูบ
ด้านทีโอทีถูกจับตามองถึงการเปิดให้บริการ 3จี อย่างเป็นทางการเช่นกัน ซึ่ง อานนท์ ทับเที่ยง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) บอกไว้ก่อนหน้านี้ว่า ทีโอทีพร้อมเดินหน้าเปิดบริการ 3จี ทั่วประเทศภายในเดือนพฤษภาคมนี้ ด้วยจำนวนสถานีฐาน 5,320 แห่ง
อย่างไรก็ตาม ทีโอทีจะต้องติดตั้งสถานีฐานให้ได้ 3,458 สถานีฐานภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้ เพื่อที่จะเปิดให้บริการใน 18 จังหวัด ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ระยอง ชลบุรี สงขลา สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต นครราชสีมา อุบลราชธานี อุดรธานี ขอนแก่น หนองคาย เชียงใหม่ เชียงราย พิษณุโลก และลำปาง
ทีโอทียังมีความร่วมมือกับเอกชนอย่างเอไอเอสในการทำโครงข่ายร่วม (โคไซต์) ร่วมกัน และภายหลังเปิดให้บริการทีโอที 3จี ทั่วประเทศในเดือน พ.ค.55 ทีโอทีจะเปิดให้เอกชนเช่าใช้โครงข่ายเพื่อทำการตลาด หรือ MVNO ทันที
ทีโอทีมองว่าการเปิด MVNO จะทำให้ตลาดโทรคมนาคมไทยในปี 2555 เกิดผู้เล่นหน้าใหม่มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นรายเล็ก หรือรายใหญ่ ส่งผลให้ตลาด 3จี ในประเทศเติบโตแบบก้าวกระโดด เนื่องจากจะต้องมีการทำตลาด 3จี ตั้งแต่ระดับคอนซูเมอร์ จนถึงระดับลูกค้าไฮเอนด์
3จี ทีโอทีโอกาสของ MVNO
อีกหนึ่งผู้เล่นสำคัญในตลาดนี้ อย่างค่ายไอ-โมบายในกลุ่มสามารถ ก็ไม่น้อยหน้า เพราะปีนี้ตั้งเป้าเติบโตในส่วนของรายได้ MVNO 3G ของทีโอทีไว้ที่ 20% และจะต้องเพิ่มลูกค้าในระบบให้ได้ 1 ล้านรายภายในสิ้นปี จากปัจจุบันมีลูกค้าเพียง 2.2 แสนราย พร้อมทั้งมีแผนจะขยายสถานีฐานครบ 5,320 แห่ง ควบคู่ไปกับการสร้างคอนเทนต์และบริการให้แตกต่างจากคู่แข่งในตลาด เช่น ระบบอ่านค่ามิเตอร์อัตโนมัติผ่านระบบ 3จี และบริการสื่อสารไร้สายระหว่างอุปกรณ์ เป็นต้น เพื่อตอบโจทย์ลูกค้า
วัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บอกว่า การขยายโครงข่าย 3G ของ ทีโอที ในย่านความถี่ 1900 เมกะเฮิรตซ์ ถือเป็นโอกาสของกลุ่มสามารถฯ ในปี 2555 เพราะถ้าทีโอทีสามารถติดตั้งโครงข่ายได้ครบ และหากอนาคตมีการขยายเพิ่มขึ้น ก็จะทำให้กลุ่มสามารถฯ กระจายกลุ่มลูกค้าเป้าหมายและมีรายได้เพิ่มขึ้นด้วย
ทรูมูฟเอช 3จีตัวจริง
ค่ายทรูมูฟ เอช ย้ำภาพผู้นำบริการ 3G ตัวจริง ปลดล็อกตลาดพรีเพด เปิดตัวซิมเติมเงินครั้งแรกในไทยกับบริการเติมเงินที่ให้ออนไลน์เต็มประสิทธิภาพบนเครือข่าย 3G+
สุภกิจ วรรธนะดิษฐ์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการพาณิชย์ บริษัท เรียล มูฟ จำกัด กล่าวว่า ทรูมูฟ เอช คือผู้นำบริการ 3G ตัวจริง โดยได้ประกาศความพร้อมเป็นผู้ให้บริการ 3G+เต็มรูปแบบ เปิดบริการซิมทรูมูฟ เอช แบบเติมเงินครั้งแรกในไทยที่ให้ลูกค้าแบบเติมเงินออนไลน์บนเครือข่าย 3G พร้อมมอบอิสระแบบไม่มีวันหมด ไม่ต้องกังวลเรื่องวันใช้งาน เพิ่มวันใช้งานให้เป็น 60 วัน ทุกครั้งที่มีการใช้งาน ตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าครอบคลุมทุกรูปแบบไม่ว่าจะใช้มาก ใช้น้อย ก็มีวันใช้งานต่อเนื่องเหมือนไม่มีวันหมด พร้อมเติมเต็มทุกไลฟ์สไตล์ผู้ใช้สมาร์ตโฟน และกลุ่มผู้ใช้อินเทอร์เน็ตผ่าน Gadget ต่างๆ ทั้งไอแพด แท็บเลต หรือแอร์การ์ดด้วยซิมหลากหลายรูปแบบตามอุปกรณ์ที่ใช้งาน อาทิ สมาร์ตโฟนซิม และไอโฟนซิม
“การเปิดตัวซิมทรูมูฟ เอช แบบเติมเงิน เสริมศักยภาพให้ทรูมูฟ เอช เป็นผู้ให้บริการ 3G+เต็มรูปแบบ ด้วยบริการครบวงจรทั้งแบบรายเดือน และแบบเติมเงิน”
เอไอเอสเหนือกว่าด้วย 4จี
ในความเคลื่อนไหวการแข่งขันกันให้บริการ 3จีนั้น เอไอเอสในฐานะผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่อันดับหนึ่งของเมืองไทย ก็ย่อมไม่ยอมให้คู่แข่งเหนือชั้นกว่า โดยได้มีการเดินเครื่องทำสัญญาให้บริการ LTE (4G) กับทีโอที
วิเชียร เมฆตระการ หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ผู้บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส บอกไว้ว่า เอไอเอสมีแผนที่จะทำสัญญากับทีโอที เพื่อให้บริการLTE 4G บนคลื่นความถี่ 2.3GHz เช่นเดียวกับที่ ทรูคอร์ป ได้สิทธิ์ต่อสัญญาการให้บริการ 3G จาก กสท หลังเข้าซื้อกิจการของ ฮัทชิสัน เมื่อช่วงเดือนมกราคม 2554 ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม หากผลสอบสัญญาระหว่าง ทรู และ กสท ระบุว่า สัญญาการให้บริการ 3G ที่ดำเนินการอยู่นั้น สามารถดำเนินต่อไปได้ เอไอเอส ก็จะดำเนินธุรกิจในลักษณะเดียวกันกับทีโอที โดยเริ่มจากบริการ LTE ซึ่งคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้มีการอนุมัติให้เริ่มทดสอบได้แล้ว ซึ่งการที่กลุ่มทรู เข้าซื้อฮัทช์แล้วได้สิทธิ์ต่อสัญญาสัมปทาน รวมถึงใช้คลื่นความถี่ของ กสท ไปโดยอัตโนมัตินั้น ผู้ให้บริการรายอื่นก็ควรจะทำได้เช่นเดียวกัน
“เอไอเอสก็จะหมดสัญญากับทีโอที ในปี 2558 แล้ว หากจะให้บริการมือถือในประเทศไทยเสรี และเป็นธรรม และไม่เอาเปรียบผู้บริโภค ก็ควรเริ่มจากการได้รับสิทธิที่เท่าเทียมกันของผู้ประกอบการด้วย”
ภาพรวมตลาด 3G ปี 55
อานนท์ คาดการณ์ตลาด 3จี ในประเทศไทยปี 55 จะมีการแข่งขันที่ดุเดือดอย่างแน่นอน เนื่องจากในช่วงไม่เกินปลายปี 55 คาดว่าทางคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จะเปิดให้มีการประมูลใบอนุญาตคลื่นความถี่ 2.1 GHz หรือโทรศัพท์มือถือระบบ 3จี ขึ้น ทำให้โอเปอเรเตอร์เอกชนในตลาดโทรคมนาคมต่างก้าวเข้ามาประมูลเพื่อให้ได้ใบอนุญาตในการทำ 3จี บนคลื่นความถี่ใหม่ ไม่ว่าจะเป็น เอไอเอส ดีแทค และทรูมูฟ อีกทั้งในอนาคตอันใกล้จะมีการเปิดการค้าเสรีขึ้นในประเทศด้วย ซึ่งจาก 2 ปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ตลาด 3จี ในประเทศเติบโตแบบก้าวกระโดด
อย่างไรก็ตาม ทีโอทีมีการวางแผนรับมือเรื่องดังกล่าวไว้ก่อนหน้านี้แล้ว โดยชูจุดเด่นของการให้บริการทีโอที 3จี ในลักษณะคอนเวอร์เจนซ์กับฟิกซ์ไลน์ และยังมีพันธมิตรในรูปแบบMVNO รวมไปถึงการใช้โครงข่ายร่วม (โรมมิ่ง) กับเอไอเอส
ขณะที่แผน MVNO ทีโอที 3จี นั้นจะเปิดกว้างให้ทุกบริษัทที่สนใจเข้าร่วมประมูล ไม่ว่าจะเป็นบริษัทขนาดเล็ก หรือขนาดใหญ่ โดยจะยืนพื้น 5 รายเดิม คือ บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น, ล็อกซเล่ย์, เอ็มคอนเซาท์, 365 คอมมูนิเคชั่น และไออีซี
โดย ผู้จัดการ 360° รายสัปดาห์ 20 มกราคม 2555 13:40 น.