ผู้เขียน หัวข้อ: ว่าที่กทช.เร่งประมูล 3G เน้นใช้โครงข่ายสัมปทานเดิม  (อ่าน 396 ครั้ง)

monchai

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1383
    • อีเมล์
ว่าที่กทช.พอ.นที ศุกลรัตน์ เสนอแนวคิดให้ผู้รับไลเซ่นส์ 3G ใหม่ ใช้โครงข่ายสัมปทานเดิมให้บริการ 3G ช่วยลดการลงทุนซ้ำซ้อน ทั้งใช้ประโยชน์จากของที่มีอยู่แล้วด้าน ว่าที่กทช.พนา ทองมีอาคม ประสานเสียง 3Gต้องเร่งเดินหน้า แต่ขอเวลาศึกษางานที่ชุดก่อนทำไว้เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง
       
       พอ.นที ศุกลรัตน์ ว่าที่คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช. เปิดเผยว่าในความเห็นส่วนตัวเห็นว่าการออกใบอนุญาต 3G ควรคำนึงถึงการใช้โครงข่ายเดิมซึ่งเป็นโครงข่ายภายใต้สัญญาสัมปทานของรัฐให้เกิดประโยชน์สูงสุดแทนการลงทุนสร้างโครงข่ายใหม่ เนื่องจากประเทศไทยไม่ได้เป็นผู้ผลิตอุปกรณ์ แต่เป็นผู้นำเข้าอุปกรณ์มาจากต่างประเทศ อีกทั้งการลงทุนเพิ่มบนโครงข่ายเดิมยังจะช่วยลดต้นทุนจากการลงทุนซ้ำซ้อน ส่งผลดีไปยังลูกค้าให้ได้ใช้บริการถูกลงอีกด้วย
       
       สำหรับในส่วนสัญญาสัมปทานเดิมมีความเห็นว่าไม่ควรให้สัมปทานเดิมมาเป็นอุปสรรคในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของประเทศอย่างเทคโนโลยี 3G โดยการเดินหน้า 3G ไม่ควรจะรอให้มีการแปรสัญญาสัมปทานให้แล้วเสร็จก่อน แต่ควรจะดำเนินการทั้ง 2 เรื่องควบคู่กันไป เพราะขณะนี้ไม่สามารถปฎิเสธได้ว่า 3G สำคัญต่อประเทศเพราะ 3G เป็นส่วนที่สำคัญอย่างมากในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ฉะนั้นการดำเนินการ 3G ควรเร่งดำเนินการเพราะความล่าช้าที่ผ่านมาทำให้ประเทศชาติเสียโอกาสไปมากแล้ว
       
       "เรื่อง3G ต้องคำนึงถึง 5 ปัจจัย ประกอบด้วย ประชาชนจะได้รับประโยชน์อะไรและทำเช่นไรถึงจะได้ใช้เทคโนโลยี 3G อย่างรวดเร็วประเทศชาติจะต้องได้รับประโยชน์จากเงินลงทุนทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ผู้ประกอบกิจการควรใช้ประโยชน์จากโครงข่ายโทรคมนาคมที่มีการลงทุนไปแล้ว ขณะเดียวกันเรื่องของสัมปทานนั้นหน่วยงานรัฐจะต้องไม่เสียประโยชน์ด้วยเช่นกันและสุดท้ายเพื่อความมั่นคงของชาติ ดังนั้นโครงข่ายหลักซึ่งเป็นสาธารณูปโภคพื้นฐานควรเป็นกรรมสิทธิ์ของรัฐ" พอ.นทีกล่าว
       
       ทั้งนี้หลังจากที่มีการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเป็นกทช.อย่างเป็นทางการ จำเป็นต้องใช้เวลาในการศึกษางานที่กทช.ชุดเดิมทำไว้ แต่จะดำเนินการให้รวดเร็วที่สุด ทั้งนี้เพื่อให้งานต่างๆสามารถดำเนินการต่อไปได้ โดยเฉพาะเรื่อง 3G
       
       ด้านนายพนา ทองมีอาคม ว่าที่กทช.เช่นเดียวกันกล่าวว่า เรื่องการดำเนินการต้องขอเวลาศึกษาก่อน แต่จะทำให้เร็วที่สุด ต้องตอบสนองสังคม ภาคธุรกิจ และหน่วยงานรัฐ ส่วนแผน 3G ที่ กทช.ชุดเดิมได้ดำเนินการมาแล้วนั้นส่วนตัวไม่ได้ผูกพันกับสิ่งที่ทำแต่ไม่ใช่จะรื้อทิ้งทั้งหมด ในส่วนของ 3G ในประเทศไทยมองว่าผู้บริโภคและผู้ประกอบการมีความพร้อมแล้ว ประกอบกับอุปกรณ์ที่รองรับ 3G มีจำนวนมากและราคาลงจนผู้บริโภครับได้ ขณะที่มีผู้ใช้จำนวนหนึ่งซื้อมาใช้งานแล้วแต่ยังไม่มีเทคโนโลยีให้บริการ
       
       อย่างไรก็ตามโดยหลักการการดำเนินการ 3G มีความเห็นว่าควรมีการประสานงานกับรัฐบาล กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เอกชน ภาคธุรกิจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เนื่องจาก กทช.ไม่ควรทำลำพังเพียงฝ่ายเดียว
       
       ทั้งนี้พอ.นที และ นายพนา ได้ลาออกจากตำแหน่งอนุกรรมการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ ประธานคณะทำงาน และ คณะทำงานภายใต้คณะอนุกรรมการฯทุกชุด โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 2 ธ.ค.ที่ผ่านมา หลังจากได้รับการคัดเลือกจากที่ประชุมวุฒิสภาให้ดำรงตำแหน่ง กทช.เมื่อวันที่ 23 พ.ย.ซึ่งผู้ที่ได้รับคัดเลือกต้องลาออกจากตำแหน่งต่างๆภายใน 15 วันนับจากวันที่ได้รับเลือกให้แล้วเสร็จ
       
       แหล่งข่าวในวงการโทรคมนาคมตั้งข้อสังเกตุว่าแนวทางของพอ.นทีที่ต้องการให้มีการใช้โครงข่ายภายใต้สัมปทานเดิมให้เกิดประโยชน์สูงสุดรวมทั้งเห็นว่าการแปรสัญญาสัมปทานสามารถทำควบคู่กับการประมูล 3G ของกทช.นั้น เป็นไปในแนวทางเดียวกับเอกชนอย่างเอไอเอสที่พร้อมให้ทีโอทีเข้าถือหุ้นได้ถึง 30% เพื่อสิทธิในการใช้โครงข่ายเดิมจะคงอยู่ตลอดไป ซึ่งหมายถึงหากกทช.คนอื่นมีแนวความคิดใกล้เคียงกับพอ.นที การแปรสัญญาสัมปทานที่ยุ่งยากและไร้ข้อยุติ อาจมีทางออกที่ทั้งรัฐ เอกชนและประชาชนคนใช้บริการได้ประโยชน์ทุกฝ่ายก็เป็นไปได้
 
ASTVผู้จัดการออนไลน์ 3 ธันวาคม 2552