"อภิสิทธิ์" เร่งเดินหน้าโปรเจ็กต์ "3G-รื้อสัมปทานมือถือ" เตรียมหารือ "กทช." อีกรอบ ย้ำเอาจริงผลักดันกฎกติกาใหม่ สร้างสมดุลธุรกิจและการแข่งขัน ฟาก "ทีโอที" รอลุ้น ครม.ไฟเขียวแผนลงทุน ทั่วประเทศ 2.9 หมื่นล้าน เผยเปิดมา 2 เดือนกว่า แบ่ง 5 MVNO ไปแล้ว 1.8 แสนซิม มีลูกค้า 2.4 หมื่นราย ส่วนการเจรจาโรมมิ่งเครือข่ายกับยักษ์ "เอไอเอส" ทำท่าบานปลายถึงขั้นทำสัญญาแนบท้ายสัมปทาน
นาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงนโยบายการลงทุนของรัฐบาลในปี 2553 ว่า จะเน้นเรื่องการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อให้เป็นปีแห่งการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ รวมทั้งโครงการโทรศัพท์มือถือระบบ 3G ซึ่งต้องเร่งสะสางปัญหาสัมปทานโทรคมนาคมทั้งหมด จะทำให้เห็นภาพชัดเจนว่าประเทศไทยมีแผนลงทุนระยะกลางและระยะยาวอย่างไร โดยรัฐบาลจำเป็นต้องมียุทธศาสตร์ มีการจัดอันดับความสำคัญ และทำตารางการลงทุนที่ชัดเจนมากขึ้น โดยตนจะลงไปไล่ดูในแต่ละโครงการด้วยตัวเอง โดยเฉพาะโครงการขนาดใหญ่ ๆ ที่ยืดเยื้อ
"เรื่อง 3G ต้องมีรูปธรรมของแนวทางการเดินหน้าโครงการนี้ โดยต้องทำให้ทุกฝ่ายยอมรับร่วมกันให้ได้ ผมเองเคยเสนอความเห็นไปแล้ว เรื่องแนวทางการประมูลที่ไม่ค่อยให้คำตอบเรื่องภาพรวมเท่าไร ส่วนการแข่งขันในอนาคต ผมคิดว่านี่เป็นโอกาสสุดท้ายที่จะให้เป็นเหตุเป็นผลมากขึ้น หลังมีมรดกที่รุงรังอยู่ (ระบบสัมปทาน) ถ้าไม่ทำตอนนี้จะทำให้ปัญหาที่เป็นมรดกรุงรังแก้ไม่ได้ จนกว่าจะสะสางสัญญาสัมปทานทั้งหมดได้ ต้องปรับให้หมดเป็นติกาใหม่"
นายก รัฐมนตรีย้ำด้วยว่า การดีเดย์สะสางเพื่อเดินหน้าโปรเจ็กต์ 3G นั้นไม่ได้ไปก้าวล่วง กทช. หรือคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ แต่ต้องขอพบเพื่อหารือกันว่า ในภาพรวมจะบริหารอย่างไรให้เกิดประโยชน์ต่อภาพรวม ไม่ใช่แค่เอาคลื่นความถี่มาประมูล แต่ต้องดู ทั้งระบบ ทั้งเรื่องขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยต้องคำนึงถึงการออกแบบการประมูล ซึ่งที่ผ่านมา เสียดายโอกาสที่โครงการชะงักไป
อย่างไรก็ตาม การเดินหน้าจัดทำหลักเกณฑ์และเปิดประมูลใบอนุญาตความถี่ 2100 MHz เพื่อให้บริการโทรศัพท์มือถือ 3G ของ กทช.ต้องหยุดชะงักลงชั่วคราวตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา เนื่องจากต้องการรอให้ กทช.ชุดใหม่ จำนวน 4 คน เข้ามาทำหน้าที่แทนกรรมการ กทช.ชุดเดิม
สำหรับ การขยายโครงข่าย 3G ทั่วประเทศ ของ บมจ.ทีโอทีในวันที่ 11 ก.พ. 2553 คณะกรรมการบริหาร (บอร์ดชุดเล็ก) ของทีโอทีจะพิจารณาทบทวนแผนอีกครั้ง คาดว่าจะได้เสนอให้รัฐมนตรีไอซีทีนำเข้าสู่วาระการประชุม ครม.ภายในไม่เกินสิ้นเดือน เม.ย.นี้ โดยในระหว่างนี้ ทีโอทีจะใช้วิธีเกลี่ยงบประมาณภายในของบริษัทมาดำเนินการขยายพื้นที่บริการ ไปยังหัวเมืองใหญ่ในต่างจังหวัด อาทิ พัทยา ภูเก็ต และเชียงใหม่
ด้าน นายวิเชียร นาคสีนวล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ บมจ.ทีโอที เปิดเผยถึงการให้ บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) โรมมิ่งดาต้าบนโครงข่าย 3G ว่ายังต้องรอคำตอบจาก กทช.เพื่อให้ได้ความชัดเจนเกี่ยวกับนิยามทางกฎหมายของการโรมมิ่งว่าจะเปิด ให้โรมมิ่งได้หรือไม่ และทำในลักษณะใดได้บ้าง ส่วนการตกลงเจรจากับเอไอเอสเป็นเรื่องที่ทั้ง 2 บริษัทจะมาคุยกัน แต่ต้องรอให้ กทช.ตอบเป็นทางการก่อน เพราะบอร์ดทีโอทีมีมติให้ถาม
สำหรับ การเจรจากับเอไอเอสจะมีทั้งอัตราค่าโรมมิ่ง, ศักยภาพของโครงข่ายทีโอที เพียงพอกับปริมาณดาต้าที่เอไอเอส ขอมาหรือไม่ ที่สำคัญคือเอไอเอสแจ้งมาว่าขอโรมมิ่ง 100,000 เลขหมายฟรี 2 เดือน จากนั้นยินดีจ่ายค่าบริการตามอัตราของทีโอที แต่จะหักค่าดำเนินการไว้จำนวนหนึ่ง ซึ่งค่าดำเนินการดังกล่าว เอไอเอสขอให้ยกเว้น ไม่นำมาคิดเป็นรายได้ตามสัญญาสัมปทาน
"ประเด็น นี้เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องเจรจากันในรายละเอียด เพราะเกี่ยวกับรายได้ตามสัญญาสัมปทาน ซึ่งอาจเข้าข่ายที่ทั้ง 2 บริษัทต้องทำหนังสือแนบท้ายสัญญาสัมปทานมือถือเพิ่ม เหมือนตอนที่ทีโอทีขอให้เอไอเอสเปิดโครงข่ายให้กิจการร่วมค้าไทยโมบายโรม มิ่งวอยซ์ หากเข้าข่ายต้องทำสัญญาแนบท้าย จะต้องใช้เวลาอีกระยะ ซึ่งอาจเข้าข่ายหรือไม่ก็ได้ ต้องพิจารณาองค์ประกอบของค่าดำเนินการที่เอไอเอสเสนอมาอีกครั้ง ว่าเป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับ อะไรบ้าง"
ขณะเดียวกัน ต้องหารือกับผู้เช่าใช้โครงข่าย (เอ็มวีเอ็นโอ) ทั้ง 5 ราย ว่าสามารถทำตลาดได้ตามแผนธุรกิจหรือไม่ เพื่อการบริหารจัดการโครงข่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนกรณีบริษัท ทรูมูฟ จำกัด แจ้งความประสงค์ขอโรมมิ่งดาต้าบน โครงข่าย 3G ด้วยนั้น เนื่องจากไม่ใช่ผู้รับสัมปทานจากทีโอที จึงไม่ต้องยุ่งยากในประเด็นนี้
"หากทรูมูฟเข้ามาเจรจาในรายละเอียดก่อน อาจเปิดโรมมิ่งดาต้า 3G ได้ก่อน"
ปัจจุบัน บริการ 3G ของทีโอทีมีผู้เปิดใช้บริการ 24,000 ราย จากซิมที่เอ็มวีเอ็นโอขอไปทั้งหมด 180,000 เลขหมาย โดย บมจ.สามารถ ไอ-โมบาย เป็นผู้ได้รับซิมมากที่สุดราว 100,000 เลขหมาย อีก 4 รายได้ไปรายละ 20,000 ซิม สำหรับพฤติกรรมการใช้งานของลูกค้าส่วนใหญ่เน้นใช้ดาต้า เฉลี่ยวันละ 4,000 ราย ใช้มากที่สุด เวลา 22.00-24.00 น. ความเร็วในการให้บริการ การันตีขั้นต่ำ 384 kbps สูงสุด 7.2 Mbps
ขณะที่รายได้จากการเปิด ให้บริการ 3จี รวมถึงการขายส่งบริการให้กับเอ็มวีเอ็นโอ ล่าสุด มีมูลค่าราว 200 ล้านบาท และ ตั้งแต่เดือนนี้จะเริ่มเปิดให้บริการใหม่ ๆ ทั้งริงแบ็กโทน เอ็มเอ็มเอส ทีวีออนโมบาย วิดีโอสตรีมมิ่ง วิดีโอบล็อก เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เน้นการใช้งานดาต้ามากขึ้น
ด้าน นายประเสริฐ อภิปุญญา รองเลขาธิการ กทช. กล่าวว่า ขณะนี้ได้ทำหนังสือเวียนสอบถามความเห็นของ กทช.แต่ละท่าน เกี่ยวกับประเด็นคำถามที่ทีโอทีส่งมา กรณีโรมมิ่ง ว่าเข้าข่ายการใช้และเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมอย่างมีสาระสำคัญ ถึงขั้นต้องนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมบอร์ด กทช.หรือไม่ คาดว่าไม่ต้องรอนำเข้าสู่ที่ประชุมบอร์ด จึงน่าจะตอบกลับทีโอทีได้ภายใน 1-2 สัปดาห์นี้
นายอดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เจมาร์ท ซึ่งตัวแทนทางการของบริษัท เอ็มคอนซัลแทน จำกัด 1 ใน MVNO ภายใต้แบรนด์ "โมโจ 3G" กล่าวว่า หากเอไอเอสทำดาต้าโรมมิ่งกับเครือข่าย 3G ของทีโอทีได้ จะส่งผลกระทบต่อการทำตลาดของ MVNO แน่นอน เพราะเท่ากับเข้ามาแชร์ส่วนแบ่งในตลาดเดียวกัน ซึ่งเทียบขนาดบริษัทกันแล้ว ย่อมเสียเปรียบแน่
"ถ้า 3G ของทีโอทีไม่ได้โรมมิ่งวอยซ์กับเอไอเอสก็กระทบเช่นกัน เพราะลูกค้าก็คงอยากใช้ได้ทั่วประเทศ จำเป็นเหมือนกันในกรณีฉุกละหุก แต่ก็ต้องยอมรับว่า ถ้าการโรมมิ่งดาต้าเกิดขึ้น ก็กระทบถึงขั้น MVNO ไม่ได้เกิดแน่ อันนี้เป็นมุมมองของผมนะ"
ขณะที่นายธนานันท์ วิไลลักษณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.สามารถ ไอ-โมบาย กล่าวว่า นโยบายของไอ-โมบายในปีนี้เน้นการจำหน่ายมือถือ 3G เป็นหลัก เพื่อรองรับบริการซิม 3จี ของไอ-โมบาย ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อ ธ.ค.ปีที่แล้ว โดยจะเปิดตัว 40-50 รุ่น เป็น 3จี 15 รุ่น ราคาเริ่มต้นประมาณ 3 พันบาท ซึ่งบริษัทตั้งตั้งเป้ายอดขายซิม 3G ภายในสิ้นปีที่ 2 แสนเลขหมาย
" ไอ-โมบายเป็น 1 ใน MVNO ของทีโอที จะได้รับผลกระทบดีลโรมมิ่งระหว่างทีโอทีกับเอไอเอสหรือไม่ ตนไม่ขอคอมเมนต์ แต่ถามว่า หากโอเปอเรเตอร์มาขอโรมมิ่งกับโอเปอเรเตอร์ คุณจะไปขอประมูล 3G ทำไม"
ประชาชาติธุรกิจ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 ปีที่ 33 ฉบับที่ 4183