"กทช." ลุยเต็มสูบ ตีกรอบเวลาทำงาน "8-11 เดือน" คลอดไลเซนส์ใหม่ ทำงานคู่ขนานทั้ง 3G-ไวแม็กซ์ "กทช.-พันเอกนที ศุกลรัตน์" นั่งหัวโต๊ะคุมทีมเอง ตั้งเป้าเริ่มกระบวนการประมูลใบอนุญาต 3G เดือน "ก.ย." ปีนี้ ต่อด้วย "ไวแม็กซ์" ระหว่าง พ.ย. 2553-ก.พ. 2554 ทั้งขีดเส้นยักษ์มือถือเปิดบริการ "คงสิทธิเลขหมาย" ภายในเดือน "ส.ค.นี้" คาดคิดค่าธรรมเนียมลูกค้าย้ายค่าย "200-250 บาท" จับตาศึกชิงลูกค้าปะทุ
นับว่าไฟแรงมากทีเดียว สำหรับ กทช.ชุดใหม่ แม้จะนั่งทำงานครบทีม 7 คน ไม่ถึงเดือนด้วยซ้ำ ล่าสุดในการประชุมคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) เมื่อวันที่ 2 เม.ย.ที่ผ่านมา ได้มีการพิจารณาเรื่องสำคัญ ๆ หลายเรื่องด้วยกัน ได้แก่แนวทางการดำเนินงานการออกใบอนุญาต 3G และใบอนุญาตการให้บริการสื่อสารความเร็วสูงด้วยเทคโนโลยีไร้สาย หรือไวแม็กซ์, การอนุมัติค่าเชื่อมต่อโครงข่ายระหว่างโทรศัพท์มือถือกับโทรศัพท์พื้นฐาน และที่ใกล้ตัวผู้บริโภคมากที่สุดคือการขีดเส้นให้ค่ายมือถือเปิดบริการคง สิทธิเลขหมาย (Mobile Number Portability) ภายในเดือน ส.ค.นี้ หลังจากล่าช้ามาตั้งแต่เดือน พ.ย.2552 ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ การดำเนินการออกใบอนุญาตโทรศัพท์มือถือ 3G และไวแม็กซ์จะอยู่ในความดูแลของ "กทช.-พันเอกนที ศุกลรัตน์" ในฐานะประธานคณะกรรมการเพื่อการอนุญาตประกอบกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ IMT หรือ 3G and beyond และประธานคณะกรรมการเพื่อการอนุญาตประกอบกิจการสื่อสารความเร็วสูงด้วย เทคโนโลยีไร้สาย (Broadband Wireless Access : BWA)
โดยกำหนดกรอบ เวลาในการดำเนินการออกใบอนุญาต 3G มีระยะเวลา 8 เดือน ประกอบด้วย 1.ทำความเข้าใจผู้ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนถึงความเหมาะสม และความจำเป็น ระยะเวลา 6 สัปดาห์ 2.ทบทวนกระบวนการให้ใบอนุญาตทั้งการกำหนดหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขในการให้อนุญาตบริการ โดยนำการศึกษาของที่ปรึกษา ICC และ NERA มาทบทวน เช่น วิธีจัดสรร, จำนวนใบอนุญาต, กฎเกณฑ์การกำกับดูแล เป็นต้น ระยะเวลา 2 เดือน (พ.ค.-มิ.ย.) 3.จัดรับฟังความเห็นสาธารณะร่างหลักเกณฑ์การให้อนุญาต และร่างสรุปข้อสนเทศ ระยะเวลา 2 เดือน (ก.ค.-ส.ค.) 4.การดำเนินการตามกระบวนการให้ใบอนุญาต (กรณีประมูล) ระยะเวลา 3 เดือน ระหว่าง ก.ย.-พ.ย.
ส่วนการดำเนินงาน ให้ใบอนุญาตไวแม็กซ์ กำหนดไว้ 11 เดือน ระหว่างเดือน เม.ย. 2553-ก.พ. 2554 อย่างไรก็ตาม การประกาศใช้ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่น ความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.....ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของสมาชิกวุฒิสภา ถือเป็นความเสี่ยงที่มีผลกระทบต่อการดำเนินการออก ใบอนุญาต 3G และไวแม็กซ์ของ กทช.
สำหรับบริการคงสิทธิเลขหมาย ซึ่ง กทช.ได้มีมติให้ค่ายมือถือเปิดให้บริการในเดือน ส.ค.ที่จะถึงนี้ นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ รักษาการเลขาธิการคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) กล่าวว่า หลังจาก กทช.ประกาศหลักเกณฑ์บริการคงสิทธิเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ เมื่อเดือน ส.ค. 2552 และมีผลบังคับให้ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทุกรายต้องจัดให้มีบริการ ดังกล่าวภายใน 3 เดือน หรือภายในเดือน พ.ย. 2552 ปรากฏว่าผู้ให้บริการได้ยื่นอุทธรณ์ต่อ กทช.ว่าไม่สามารถดำเนินการให้เสร็จใน 3 เดือนได้ พร้อมขอขยายเวลาดำเนินการไปถึง พ.ย. 2553
"กทช.พิจารณาแล้วไม่รับ อุทธรณ์ เพราะประชาชนเสียผลประโยชน์ จึงสั่งให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือน ส.ค.นี้ หรือใน 9 เดือน นับจาก พ.ย. 2552 หาก โอเปอเรเตอร์รายใดไม่สามารถจัดทำให้แล้วเสร็จ กทช.มีมาตรการลงโทษตั้งแต่เบาไปหาหนัก เช่น ไม่จัดสรรเลขหมายใหม่ให้, มีโทษปรับรายวัน และหนักสุด อาจพิจารณาไม่ให้เข้าร่วมประมูลความถี่สำหรับบริการ 3G"
ด้านค่า ธรรมเนียมการย้ายผู้ให้บริการนั้น กทช.ได้กำหนดให้คิดค่าธรรมเนียมที่สะท้อนต้นทุน ซึ่งก่อนหน้านี้ผู้ให้บริการเคยเสนอตัวเลขระหว่าง 200-250 บาท นอกจากนี้ ที่ประชุม กทช.ยังมีมติกำหนดอัตราค่าเชื่อมต่อโครงข่ายระหว่างโทรศัพท์เคลื่อนที่กับ บริการโทรศัพท์ประจำที่ โดยกำหนดอัตราชั่วคราวไว้ที่ 0.49 บาท/นาที โดยที่มาของอัตราชั่วคราวดังกล่าวมาจากกรณีพิพาทระหว่างบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) กับบริษัท ทีทีแอนด์ที จำกัด (มหาชน) ซึ่งคณะกรรมการวินิจฉัยข้อพิพาท สถาบันการใช้และเชื่อมต่อโครงข่ายได้วินิจฉัยข้อพิพาทและเสนอให้ กทช.กำหนดให้ใช้ตัวเลข 0.49/นาที เป็นอัตราเชื่อมต่อโครงข่ายระหว่างคู่กรณี
อย่าง ไรก็ตาม เพื่อไม่ให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบในการแข่งขัน กทช.จึงมีมติให้ใช้อัตราดังกล่าวระหว่างผู้ให้บริการโทรศัพท์ประจำที่ทุกราย ที่ต้องเชื่อมต่อกับ ดีแทคไปก่อน และมอบหมายให้สำนักงาน กทช.เร่งศึกษาตัวเลขที่เหมาะสม เพื่อกำหนดเป็นอัตราชั่วคราวบังคับใช้กับผู้ให้บริการทุกราย โดยมีระยะเวลาดำเนินการให้เสร็จภายใน 2 เดือน
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ 08 เมษายน พ.ศ. 2553 เวลา 09:25:32 น.