หลัง พักยกรอ กทช.ชุดใหม่ เรื่องการออกใบอนุญาต 3G จึงกลับมาอยู่ในความสนใจ อีกครั้ง โดย คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ชุดใหม่เพิ่งมีมติแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อการอนุญาตประกอบกิจการโทรศัพท์ เคลื่อนที่ IMT 2000 หรือ 3G เมื่อวันที่ 2 เม.ย. 2553 ที่ผ่านมา เพื่อศึกษาทบทวนแนวทางการออกใบอนุญาตเดิมที่เคยศึกษาไว้แล้ว รวมถึงรับฟังประเด็นความคิดเห็นเพิ่มเติมจากทุกภาคส่วน โดยขอเวลาทำการบ้าน 2 เดือน ก่อนกำหนดแนวทางและกระบวนการออกใบอนุญาตว่าจะเดินหน้าต่ออย่างไร
ล่า สุด 8 เม.ย.ที่ผ่านมา คณะกรรมการวิจัยและพัฒนาของวุฒิสภาได้จัดสัมมนาในหัวข้อ "ผ่าทางตัน 3G" เพื่อระดมความคิดเห็นในการหาทางออกสำหรับใบอนุญาตบริการโทรศัพท์มือถือ 3G
"ดร.สม เกียรติ ตั้งกิจวานิชย์" รองประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ให้ความเห็นว่า กทช.ควรนำแนวคิดในการร่วมใช้โครงข่าย (network sharing) ระหว่างผู้ให้บริการมาใช้กับการให้ใบอนุญาตด้วย เนื่องจากทำให้ต้นทุนของผู้รับใบอนุญาตต่ำลง และเปิดโอกาสให้ผู้ให้บริการรายใหม่เข้าสู่ตลาดได้ง่ายขึ้น ขณะที่ผู้ให้บริการรายเดิมรวมทั้งทีโอทีและ กสทฯยังสามารถมีรายได้จากการให้เช่าใช้โครงข่าย รวมทั้งเปิดโอกาสให้มีผู้ให้บริการแบบ MVNO เพิ่มขึ้น ถือเป็น win-win solution สำหรับทุกฝ่าย
"ถ้าคนมาใหม่ต้องลงทุนใหม่หมด ถามว่าตามกฎหมายแล้วกำหนดให้ผู้ถือหุ้นไทยต้องถือหุ้นเกินครึ่ง แล้วคนไทยที่มีกำลังในการลงทุนจะมีสักกี่ราย แล้วเข้ามาในสภาพตลาดอิ่มตัวแล้วจะอยู่อย่างไร ดังนั้นโมเดลนี้เปิดโอกาสให้มีรายใหม่เข้าตลาดง่ายขึ้น ช่วยลดต้นทุนและลดการลงทุนซ้ำซ้อน แต่ กทช.ต้องมีหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการร่วมใช้โครงข่ายที่ชัดเจนมากกว่านี้"
หาก ไม่นำโมเดลดังกล่าวมาใช้ ทางออกในการออกใบอนุญาต 3G สูตรปัจจุบันที่ กทช.จะจัดสรร 4 ใบ ตนเห็นว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะมีการแข่งขันในการเสนอราคาเพื่อสร้างรายได้แก่ รัฐได้เลย เพราะคิดว่าผู้ที่สนใจเข้าประมูลน่าจะมีไม่เกิน 4 รายเช่นกัน ดังนั้นจึงควรเปลี่ยนวิธีประมูล เช่น ลดจำนวนใบอนุญาตที่จะจัดสรร หรือจัดสรรใบอนุญาตทีละใบเพิ่มการแข่งขัน
ขณะที่ผู้ให้บริการมือถือ มือวางอันดับหนึ่งในปัจจุบัน โดย "สมชัย เลิศสุทธิวงศ์" รองกรรมการผู้อำนวยการสายงานการตลาด บมจ.แอดวานซ์
อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) กล่าวว่า สำหรับผู้ให้บริการหากไม่มีการออกใบอนุญาต 3 G ก็ไม่เดือดร้อน เพราะทุกรายล้วนไม่ได้ใบอนุญาตใหม่ ผู้ให้บริการก็จะแข่งขันให้บริการเช่นในปัจจุบันต่อไป แต่ประชาชนจะเสียโอกาสที่ไม่ได้ใช้บริการ บรอดแบนด์ไร้สายในราคาถูก
"หาก วันนี้ กทช.ต้องการให้เกิดบริการ 3G เพื่อให้เป็นประโยชน์แก่ประชาชนจริง ๆ ผู้กำกับดูแลต้องกล้าหาญที่จะตัดสินใจออกใบอนุญาตใหม่เสียที แต่ถ้า กทช.ไม่กล้าตัดสินใจมัวแต่ศึกษาข้อมูล ในอนาคตมีกฎหมายใหม่ออกมาก็จะยิ่งมีเงื่อนไขใหม่พัวพันเพิ่มขึ้น ถึงตอนนั้นสถานะของ กทช. จะคลุมเครือว่ามีอำนาจในการออกใบอนุญาตใหม่ไหม ถ้าเป็นอย่างนั้นอีก 2-3 ปี 3G ก็ไม่เกิดขึ้นหรอก"
ผู้บริหาร "เอไอเอส" ยังเรียกร้องด้วยว่าผู้ให้บริการควรถอยออกจากจุดยืนของตนและมองกระบวนการออก ใบอนุญาตด้วยใจเป็นกลาง เพราะหากแต่ละฝ่ายพูดอยู่บนพื้นฐานผลประโยชน์ของตัวเอง โซลูชั่นที่ออกมาจะไม่เหมือนกันเลย เช่น ทีโอทีต้องการเป็นผู้ให้บริการโครงข่าย 3G ให้เอกชนเช่าใช้ ขณะที่กลุ่มทรูไม่ต้องการให้จัดสรรด้วยวิธีการประมูล ขณะที่ดีแทคกับเอไอเอสสนับสนุนวิธีประมูล เป็นต้น เช่นเดียวกับภาค สังคมที่ต้องมองผู้ให้บริการด้วยใจเป็นกลาง ไม่ควรมองว่าเป็นคนเลวที่ต้องการเงินเพราะเมื่อมีรายได้จากการให้บริการก็ ต้องนำเงินกลับไปลงทุนขยายโครงข่ายอีกเรื่อย ๆ
ด้าน "อนันต์ วรธิติพงศ์" สมาชิกวุฒิสภาให้ความเห็นว่า กทช.ควรเร่งออก ใบอนุญาต 3G ให้เสร็จภายในเดือน ก.ย.นี้ เนื่องจาก กทช. 3 คนที่เหลือจากชุดเดิมกำลังจะหมดวาระ เมื่อถึงเดือน ต.ค. 2553 ต้องเริ่มกระบวนการสรรหา กทช.ใหม่ หากดำเนินการหลังจากนั้นอาจมีข้อกล่าวหาเรื่องสถานะของ กทช.รักษาการว่ามีความเหมาะสมและมีอำนาจดำเนินการหรือไม่ รวมทั้งหากรอให้กฎหมายองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯฉบับใหม่เสร็จสมบูรณ์ก็ไม่ ทราบว่าต้องใช้เวลานานเท่าใดด้วย
"ธัช บุษฎีกานต์" ผู้อำนวยการกฎหมายโทรคมนาคม และผู้เชี่ยวชาญด้านกฎข้อบังคับ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น ตอกย้ำจุดยืนของกลุ่มทรูด้วยการเรียกร้องให้วุฒิสภาแปรญัตติร่าง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ในมาตรา 38 ที่ระบุว่าการจัดสรรความถี่ต้องใช้วิธีการประมูล เปลี่ยนเป็นขึ้นอยู่กับดุลพินิจของกรรมการ กสทช.มากกว่า เพราะกฎหมายเป็นสิ่งที่มีผลไปในอนาคตอีกนาน การแก้ไขทำได้ยาก หากต้องประมูลทุก ๆ ย่านความถี่ ส่วนที่เป็นคลื่นที่ไม่ได้มีคุณค่าทางธุรกิจก็ต้องประมูลด้วย
นอก จากนี้ยังไม่เห็นด้วยกับข้อบัญญัติที่กำหนดให้ผู้ประมูลต้องจ่ายเงินค่า ประมูลล่วงหน้าในครั้งเดียว เพราะมีบทเรียนจากในอดีตที่มีการประมูลด้วยราคาที่สูง ผลปรากฏว่าผู้ชนะการประมูลมีต้นทุนสูงทำให้การขยายโครงข่ายทำได้ช้า รวมทั้งทำให้ ผู้ประกอบการอ่อนแอ ในที่สุดแล้วจะเหลือรอดในตลาดไม่กี่ราย
"กทช.ชุด นี้มีอำนาจเต็มที่ในการจัดสรรความถี่ กฤษฎีกาบอกแล้วว่าทำได้ รวมทั้งในบทเฉพาะกาลของกฎหมายใหม่ก็เขียนชัดว่าระหว่างที่ยังไม่มี กสทช.ก็ให้ กทช.ทำหน้าที่ไปก่อน ถ้า กทช.ไม่ทำอะไรเลยก็เสียโอกาส ผมเชื่อว่าถ้า กทช.ทำหน้าที่โดยสุจริตไม่มีใครฟ้องได้ แต่ถ้าอยู่ในสภาพถูกขู่ว่าจะฟ้องก็หยุด อย่างนี้ 3G ก็ไม่เกิดเสียที"
ด้าน ตัวแทนจาก "ทีโอที-นิวัฒน์ กิมตระกูล" ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักอำนวยการโทรศัพท์เคลื่อนที่ บมจ. ทีโอทีกล่าวว่า ทีโอทีให้บริการ 3G อยู่แล้ว มีสถานีฐาน 550 แห่งในกรุงเทพฯ และมีแผนขยายให้ครอบคลุมทั่วประเทศ หาก กทช. ยังไม่ออกใบอนุญาตใหม่ได้ เอกชนก็มาเช่าโครงข่ายของทีโอทีในการให้บริการได้ โดยทีโอทีจะขายในลักษณะ wholesale มีเอกชนเป็นผู้ขายปลีก วิธีนี้จะช่วยลดข้อถกเถียงเพราะสิทธิต่าง ๆ เป็นของรัฐ ทางออกจึงมี อยู่ที่ผู้ให้บริการจะเลือกหรือไม่
ประชาชาติธุรกิจ 12 เมษายน พ.ศ. 2553 ปีที่ 33 ฉบับที่ 4200