ผู้เขียน หัวข้อ: "ไอซีที"เดินเครื่อง ค้านร่าง"กสทช." ชี้มาตรา38และ78ตัดโอกาสธุรกิจ"ทีโอที-กสทฯ"  (อ่าน 299 ครั้ง)

monchai

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1383
    • อีเมล์
กระทรวงไอซีที เตรียมค้านร่าง พ.ร.บ. กสทช. ในชั้นกรรมาธิการ ส.ว. เผยไม่ได้แค่ยึดรายได้สัมปทานตามมาตรา 78 เท่านั้น แต่มาตรา 38 ยังเป็นการตัดแขนขา "ทีโอที-กสทฯ" ด้วยการยึดคลื่นคืนหลังหมดสัมปทานอีกต่างหาก


นายธานีรัตน์ ศิริปะชะนะ รองปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวในงานเสวนา "มาตรา 78 พ.ร.บ.จัดสรรคลื่นความถี่และกำกับดูแลวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ...กับผลกระทบต่อรัฐวิสาหกิจไทย"  ซึ่งจัดโดยสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บมจ.ทีโอที และ บมจ. กสทฯ ว่า ที่ผ่านมาการยกร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ในชั้นสภาผู้แทนราษฎร ตนในฐานะผู้แทนไอซีทีได้คัดค้านมาตรา 38 ของร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว ซึ่งระบุให้รัฐวิสาหกิจที่เป็นเจ้าของคลื่นความถี่ต้องส่งคืนคลื่นให้คณะ กรรมการ กิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เมื่อหมดอายุสัญญาสัมปทาน เพื่อให้ กสทช.จะนำไปจัดสรรให้ด้วยวิธีประมูล

 

"จึงเหมือนเป็นการตัดโอกาสธุรกิจของรัฐวิสาหกิจอย่างทีโอที และ กสทฯ ทั้ง ๆ ที่มีโครงข่ายที่ได้รับโอนจากเอกชนตามเงื่อนไขสัมปทานที่สามารถจะนำมาบริหาร จัดการต่อได้ แต่หากไม่มีคลื่นความถี่ก็ไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ จึงไม่ควรกำหนดให้มีการยึดคลื่นคืนจากรัฐวิสาหกิจ"

 

ขณะที่มาตรา 78 วรรค 3 ซึ่งกำหนดให้เจ้าของสัมปทานต้องส่งรายได้จากสัมปทานทั้งหมดเข้า กสทช.โดยตรง ทางไอซีทีก็ได้คัดค้านมาตลอดเช่นกัน เพราะเห็นว่าควรปล่อยให้รัฐวิสาหกิจเจ้าของสัมปทานได้รับส่วนแบ่งรายได้ตาม สัญญาไปจนหมดอายุ ซึ่งก็เหลืออีกเพียง 5-6 ปีเท่านั้น เพื่อให้รัฐวิสาหกิจได้ตั้งหลักเพื่อเตรียมแข่งขันกับเอกชนที่มีความคล่อง ตัวกว่าในภาวะที่กฎระเบียบการลงทุนของรัฐวิสาหกิจไม่เอื้อต่อการเปิดแข่งขัน เสรี เนื่องจากยังต้องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและ สังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) ยังมีเงื่อนไขต้องปฏิบัติตามระเบียบพัสดุ และอื่น ๆ อีกมาก

 

"ขณะนี้คาดว่าร่าง พ.ร.บ.นี้จะประกาศใช้ได้เร็วที่สุดคือต้นปีหน้า โดยไอซีทีจะคัดค้านบทบัญญัติใน 2 มาตราอย่างเต็มที่ในชั้นการพิจารณาของวุฒิสภา ซึ่งคาดว่าจะมีการนำเสนอวาระแรกของร่าง พ.ร.บ. กสทช.ในวันที่ 19 เม.ย.นี้"

 

นายวิโรจน์ โตเจริญวาณิช ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจร่วมการงาน บมจ. กสท โทรคมนาคมกล่าวว่า ผลกระทบจากร่าง พ.ร.บ. กสทช.มีผลให้ทั้ง กสทฯ และทีโอทีต้องสูญเสียรายได้จากสัญญาสัมปทานที่ถือเป็นรายได้หลักขององค์กร ซึ่งในส่วนของ กสทฯมีสัดส่วนสูงถึง 60% ซึ่งคาดว่าจะใกล้เคียงกับทางทีโอที

 

"การขาดรายได้ในส่วนนี้ส่งผลให้ทั้ง 2 หน่วยงานประสบสภาวะขาดทุนทันที และกระทบกับกระแสเงินสดที่จะนำไปลงทุน ซึ่งส่วนของ กสทฯจะเห็นได้ชัดเจน เพราะเดิมเรามีกระแสเงินสดมากพอที่จะลงทุนได้ด้วยตัวเอง แต่ถ้าร่าง พ.ร.บ.นี้มีผลบังคับใช้อาจจะถึงขั้นต้องใช้วิธีการกู้เงินมาลงทุนแทน โดยให้กระทรวงการคลังเป็นผู้ค้ำประกัน ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้นก็ไม่รู้ว่าคลังจะค้ำประกันให้หรือไม่"

 

ขณะที่ผลกระทบของมาตรา 38 ก็ทำให้ กสทฯมีแต่โครงข่ายที่ได้มาตามเงื่อนไขสัมปทาน แต่ไม่มีคลื่นความถี่ แถมยังไม่ชัดเจนว่า กสทฯจะสามารถเข้าประมูลคลื่นความถี่ที่ส่งคืน กสทช.กลับมาใช้ประโยชน์ได้หรือไม่

 

ด้านนายพงศ์ฐิติ พงศ์ศิลามณี ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บมจ.ทีโอทีกล่าวว่า บทบัญญัติในมาตรา 78 วรรค 3 มีเนื้อหาขัดต่อรัฐธรรมนูญ และสร้างความเสียหายให้กับหน่วยงานของรัฐทั้ง 2 แห่ง การที่มาตราดังกล่าวระบุให้รัฐวิสาหกิจทั้ง 2 ต้องนำรายได้จากผลประกอบการในส่วนที่ได้รับจากสัญญาสัมปทาน โดยให้หักค่าจ่ายตามที่กำหนด เหลือเท่าใดให้ส่ง กสทช.เพื่อเป็นรายได้แผ่นดิน ถือว่าเป็นการให้อำนาจ กสทช.ที่เกินขอบเขต ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ 2550 ที่ให้อำนาจ กสทช.ในการกำกับดูแลจัดสรรคลื่นความถี่เท่านั้นจึงจะส่งเรื่องให้ศาลรัฐ ธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยให้ตัดวรรค 3 ของมาตรา 78 ต่อไป

 

"หากมาตรา 78 วรรค 3 มีผลบังคับใช้จะเกิดผลกระทบต่อการประกอบการของบริษัท กสทฯ และทีโอทีเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะสภาพคล่องทางการเงินและการลงทุนเพื่อสาธารณะที่ทั้ง 2 องค์กรต้องมีหน้าที่รับผิดชอบในฐานะที่เป็นหน่วยงานรัฐด้วย"

 

ทั้ง 2 บริษัทได้นำส่งรายได้องค์กรให้กระทรวงการคลังโดยตรงอยู่แล้ว จึงขอให้สมาชิกวุฒิสภาพิจารณาตัดเนื้อความในมาตราดังกล่าวออก รวมถึงให้รัฐบาลยุติการดำเนินนโยบายที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ วิสาหกิจในกิจการโทรคมนาคมที่เป็นสมบัติของประชาชน

ประชาชาติธุรกิจออ นไลน์ 16 เมษายน พ.ศ. 2553 เวลา 07:30:01 น.