หลังกทช.เลือดใหม่ 4 คน เข้าทำหน้าที่ได้เดือนเศษ ก็เดินหน้า 'Kick Off' แนวทางการให้ใบอนุญาต 3G ความถี่มาตรฐาน 2.1 กิกะเฮิรตซ์ทันที
ย้อนอดีตกลับไปช่วงปลายปีที่ผ่านมา กทช.ชุดเดิมได้วางกรอบแผน 3G ไว้เกือบครบถ้วน 100 % โดย เนร่า บริษัทที่ปรึกษากำหนดเกณฑ์การประมูล (Auction Design) และกำหนดเงื่อนไขต่างๆ ในการประกวดราคา บริษัทมีชื่อจากมะกัน ได้สรุปให้ใช้วิธีการออกไลเซ่นส์ด้วยวิธีการประมูล SMR หรือการประมูลพร้อมกันแบบหลายรอบจนกว่าจะได้ผู้เสนอราคาต่ำสุดในแต่ละ ไลเซ่นส์ที่จัดสรรจำนวน 4 ใบโดยไลเซ่นส์ 3 ใบมีความถี่ 10MHz กำหนดราคาเริ่มต้นการประมูลที่ใบละ 4,600 ล้านบาท และความถี่ 15 MHz อีก 1 ใบ ราคาเริ่มต้นการประมูลที่ 5,200 ล้านบาท
ทั้งนี้กทช.ชุดเดิมได้ทำการประชาพิจารณ์ร่าง สรุปข้อสนเทศการจัดสรรคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ครั้งแรกขึ้นเมื่อเดือนก.ย.2552 และก็ได้รับความคิดเห็นที่เผ็ดร้อนจากหลายภาคส่วนโดยเฉพาะ 'ศุภชัย เจียรวนนท์' นำทัพผู้บริหารทรู ปะฉะดะ ไม่สนหน้าอินหน้าพรหม อัดกลางเวทีประชาพิจารณ์ คัดค้านการให้ปล่อยบริษัทฝรั่งเข้ามาประมูลความถี่ที่เป็นทรัพยากรสมบัติของ ชาติ
โดยทิ้งคำพูดเด็ดไว้ว่า 'ต่างชาติเมื่อได้สิ่งที่เป็นประโยชน์แล้วกลับไปสู่ประเทศเขา เขาเป็นฮีโร่ แต่ถ้าคนไทย กระทำการในการเอาข้อมูล เอาสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อคนไทย ไปให้ต่างประเทศ คนๆนั้นเขาเรียกว่า ทรยศชาติ' ดูเหมือนประเด็นนี้จะสะกิดใจกทช.ให้ฉุกคิดมากขึ้น
ในขณะที่กระแสสังคมหลังการประชาพิจารณ์ต่างหลั่งไหลต่อต้านรอบด้าน เช่น สภาทนายความออกแถลงการณ์ตบหน้าทวงถามว่ากทช.สมัยนั้นมีอำนาจหน้าที่ดำเนิน การประมูล 3G เรื่องใหญ่ระดับชาติได้หรือไม่เพราะมีกรรมการ 3 รายเป็นเพียงกทช.รักษาการที่รอตัวจริงซึ่งอยู่ระหว่างสรรหาเข้ามารับตำแหน่ง แทน ทำให้กทช.ต้องเร่งทำหนังสือถามอัยการสูงสุดว่ามีอำนาจหน้าที่ประมูล 3G หรือไม่
ตามด้วยคำกล่าวเตือนสติจากอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ฝากข้อคิดให้กทช.ในการปาฐกถาพิเศษหัวข้อ 'บทบาทขององค์กรอิสระต่อการพัฒนาประเทศ'ในโอกาสครบรอบ 5 ปีการก่อตั้งกทช.ว่า 3G ถือเป็นเรื่องเร่งด่วนแต่ก็ไม่ใช่ทำแบบรีบร้อนจนเป็นต้นตอของปัญหาระยะยาว เพราะความไม่รอบคอบ
กระแสสังคมทั้งหมดกดดันให้กทช.ชุดเดิมต้องเปิดประชาพิจารณ์รอบสองใน วันที่ 12 พ.ย.2552 เพื่อหวังกอบกู้ความชอบธรรมผลักดัน 3Gให้เกิดขึ้นโดยการรวบรวบประเด็นหลักที่ถูกท้วงติง 9 ประเด็นอาทิราคาเริ่มต้นการประมูล ,ระยะเวลาการยื่นเอกสารของผู้เข้าร่วมประมูล ซึ่งได้กำหนดไว้ 30 วัน ควรปรับเปลี่ยนเป็น 45 หรือ 60 วันหรือไม่,กทช.ชุดรักษาการมีอำนาจประมูล 3G หรือไม่ และกรณีกำหนดคุณสมบัติบริษัทต่างด้าว
หลังจากประชาพิจารณ์รอบสองผ่านพ้นไป อุปสรรคใหม่ก็งอกขึ้นมา เมื่อคณะกรรมการสรรหาได้รายชื่อกทช.ใหม่ 4 คนพร้อมเสนอรายชื่อโปรดเกล้าแต่งตั้งส่งผลให้ทุกสิ่งทุกอย่างที่กทช.ชุด รักษาการเตรียมไว้เป็นเพียงแค่หมึกเปื้อนกระดาษเท่านั้นแม้แต่เศรษฐ พร คูศรีพิทักษ์ หนึ่งในกทช.ที่ออกแรงผลักดัน 3G และเป็นกทช.ที่จับสลากออกด้วย ก็กล่าวอย่างไร้ความมั่นใจว่า 'กรอบการดำเนินการ 3G ที่ชุดเราทำไว้ถือเป็นการเตรียมการให้กทช.ชุดใหม่ไม่ต้องนับหนึ่งใหม่ แต่ก็ขึ้นอยู่กับว่า คนใหม่จะเห็นด้วยกับ กรอบนี้หรือไม่ หากเห็นด้วยก็เดินหน้าได้ทันที แต่หากไม่เห็นด้วย ก็ต้องรื้อทำใหม่'
สิ่งที่กทช.รักษาการทิ้งท้ายไว้ก็กลายเป็นจริง เพราะฟังจากการแถลงแนวทางการเดินหน้า 3G ของพ.อ.นที ศุกลรัตน์ กทช.เลือดใหม่ ที่ได้รับแต่งตั้งให้ดูแลเรื่อง 3G และใบอนุญาตใหม่ๆ รวมไปถึงไวแมกซ์ ตามแนวทางบริหารยุคใหม่ของกทช.ชุดนี้ที่เน้นการกระจายงานให้กรรมการกทช.แต่ ละรายรับผิดชอบเพื่อขับเคลื่อนงานให้รวดเร็วยิ่งขึ้นและเป็น KPI ประเมินการทำงานไปในตัว
จับใจความได้ว่า เขาขอเวลาอย่างน้อย 2 เดือนหรือภายในสิ้นเดือนมิ.ย. 2553 เพื่อใช้เวลารับฟังความคิดเห็นทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องไม่ว่ากลุ่มเล็กหรือ กลุ่มใหญ่ เพื่อดูความต้องการและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นทั้งด้านสังคมและเศรษฐกิจ พร้อมทั้งศึกษาหรือทบทวนแนวทางที่กทช.ชุดเดิมที่ทำไว้ และยังดูผลจากการประชาพิจารณ์ 2 ครั้งที่ผ่านมาแบบรอบด้าน ทั้งแง่กฎหมาย เศรษฐศาสตร์ และการกำกับดูแล
พ.อ.นทีกล่าวว่าขั้นตอนนี้ข้อสรุปอาจจะไม่ยึด ติดแนวทางเดิมที่วางไว้ ไม่ว่าจะเป็นจำนวนไลเซ่นส์ ความถี่ ราคาเริ่มต้น อาจถูกเปลี่ยนรูปแบบไป แม้กระทั่งการให้ไลเซ่นส์อาจจะไม่ใช้การประมูล ซึ่งภายในสิ้นเดือนมิ.ย.นี้จะเห็น 3G เป็นรูปเป็นร่างที่ชัดเจนมากขึ้น และเมื่อถูกซักถามหนักขึ้นถึงกรอบระยะเวลาที่แน่นอนที่จะสามารถประมูลไล เซ่นส์ 3G ได้ พ.อ.นทีก็ยอมกัดฟันให้สัญญาประชาคมว่าจะพยายามประมูล 3Gภายในปี 2553 นี้เพราะถือว่าเป็น KPI ที่ใช้ประเมินประสิทธิภาพการทำงานของตนเอง
อย่างไรก็ตามการประมูล3G ยังมีปัจจัยภายนอกที่กทช.ไม่สามารถควบคุมได้นั่นคือ การเกิดขึ้นของกสทช.ชุดใหม่ ตามพรบ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ฉบับใหม่ที่ผ่านขั้นตอนการพิจารณาจากสภาผู้แทนราษฎร์แล้ว ในระยะเวลาอันใกล้ ซึ่งตามกรอบเวลาต้นปีหน้าอาจจะมีกสทช.ชุดใหม่มาทำหน้าที่แทนกทช.ที่ต้องถูก ยุบไป และนั่นจะทำให้แผน3Gฉบับปรับปรุงของ กทช.ชุดนี้ซ้ำรอยกทช.ชุดรักษาการคือล้มพับและอาจเรียกได้ว่านับหนึ่งใหม่อีก ครั้ง
และดูเหมือนภาคเอกชนค่ายมือถือทั้ง 3 รายทั้งเอไอเส ดีแทค ทรูมูฟ จะหวั่นใจเรื่องการเกิดกสทช.ไม่น้อย ถึงขนาดออกปากดังๆ สนับสนุนให้กทช.ชุดนี้เร่งประมูล3G ให้เสร็จภายในปีนี้เพราะหากกทช.อ้อยอิ่ง มีหวัง 3G ไทยต้องเจอปัญหาโรคเลื่อนไม่รู้จบแน่นอน
ธนา เธียรอัจฉริยะ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารดีแทค ให้ความเห็นว่า กทช.มีอำนาจในการผลักดัน 3G เต็มที่ ภาคเอกชนอยากให้ดำเนินการเปิดประมูล 3G โดยเร็วก่อนการเกิดขึ้นของกสทช.เพราะไม่เช่นนั้นแล้วจะต้องรออีกอย่างน้อย 2 ปี เพราะต้องรอให้กสทช.ชุดใหม่เข้ามาเริ่มศึกษาหรือนับหนึ่งใหม่อีก
หากกทช.ชุดปัจจุบันเดินหน้าอย่างจริงจัง จากผลที่กทช.ชุดเดิมเตรียมการไว้ก็เชื่อว่าจะดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว ด้านเอกชนก็พร้อมจะดำเนินการตามวิธีการที่มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรมทั้ง เรื่องวิธีการให้ใบอนุญาต และค่าใบอนุญาต
ด้านวิเชียร เมฆตระการ แม่ทัพใหญ่เอไอเอสสำทับว่าในฐานะเอกชนมีความเห็นใจกทช.ใหม่ที่เข้ามา 4 คน เพราะต้องรวบรวมข้อมูล ดำเนินการ 3G ให้มีความเหมาะสมมากที่สุด แต่หากกทช.เร่งดำเนินการให้เร็วที่สุดก็เชื่อว่าสามารถทำได้
อนาคตไลเซ่นส์ 3G ความถี่มาตรฐาน 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ดูเหมือนจะฝากความหวังไว้กับพ.อ.นที ที่เป็นประธานคณะกรรมการดูแลเรื่องนี้โดยเฉพาะ โดยในเบื้องต้นได้มีการจัดสรรงบประมาณ 50 ล้านบาทเพื่อดำเนินการในด้านต่างๆ หากดูฝีมือพ.อ.นทีในอดีต ก็ดูจะมีความหวังรำไร เพราะโครงการยากๆที่ผ่านมาก็สำเร็จลุล่วงได้ด้วยฝีมือพ.อ.นทีคนนี้ ไม่ ว่าจะเป็นการเขียนสเปกโครงการโทรศัพท์มือถือซีดีเอ็มเอ ที่ลือลั่นของกสท และโครงการบรอดแบนด์ความมั่นคง ในสมัยที่เป็นบอร์ดทีโอที
หวังว่า 2 เดือนที่เสียเวลากับการไหว้ครูหรือแค่ร่ายรำเสร็จแล้ว คงเห็นกทช.เลือดใหม่ออกอาวุธ เต็มรูปแบบเพื่อทำให้ 3G สำเร็จ ไม่อยากจะเห็นมวยล้มต้มคนดู หรือกว่าถั่วจะสุกงาก็ไหม้ เพราะหมดเวลาทำการแล้ว
ASTVผู้จัดการออนไลน์ 17 เมษายน 2553 21:30 น.