สัมภาษณ์′ร.ต.หญิงระนองรักษ์ สุวรรณฉวี′ เผยผลงานปีที่ภาคภูมิใจสุดคือการผลักดันจนเกิดบริการ 3Gขึ้นเป็นครั้งแรกในไทย ปชช.ได้ประโยชนืเยอะ รวมถึงโครงการศูนย์การเรียนรู้ไอซีทีชุมชน ซึ่งขณะนี้มีอยู่ 277 ศูนย์ทั่วปท. ตั้งเป้าสร้างให้ครบทุกอำเภอ เดินหน้าขอ3กรมใหม่เพิ่ม
20 ธันวาคม 2552ที่ผ่านมาถือเป็นวันครบรอบ 1 ปี ที่ ′ร.ต.หญิงระนองรักษ์ สุวรรณฉวี′ เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) อย่างเป็นทางการ ต่อไปนี้คือความในใจของรัฐมนตรีหญิงไอซีที กับการทำหน้าที่ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา และนโยบายที่จะก้าวเดินต่อไป
@ผลงานในปีที่ผ่านมา
เวลาผ่านไปเร็วมากจนตกใจตัวเอง จำได้ว่าเพิ่งเข้ากระทรวงวันแรกเมื่อ 6 มกราคมนี่เอง ผลงาน 1 ปีที่ภาคภูมิใจสุดคือการผลักดันจนเกิดบริการ 3 จีขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ซึ่งต้องขอขอบคุณคณะรัฐมนตรีที่ช่วยสนับสนุนให้ผ่านมาได้ เพราะจริง ๆ โครงการนี้ริเริ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2547 ซึ่งปกติ เมื่อเปลี่ยนรัฐบาล ก็ต้องมีการทบทวนโครงการต่าง ๆ ใหม่ แต่ ครม.ก็ยังช่วยสนับสนุนจนทำให้คนไทยได้ใช้ 3 จี
นอกจากนี้ ยังมีโครงการศูนย์การเรียนรู้ไอซีทีชุมชน ซึ่งขณะนี้มี 277 ศูนย์ ทั่ว ประเทศ ในปีหน้ากระทรวงได้รับงบประมาณมาสร้างให้ครบทุกอำเภอทั่วประเทศ และความร่วมมือในการเข้าไปพัฒนาบุคลากรผ่านโครงการไอซีทีแคมป์ ที่ได้อบรมนักเรียนนักศึกษากว่า 2,000 คนให้สามารถเขียนเว็บไซต์ สร้างงานแอนิเมชั่นได้ เป็นการนำไอซีทีเข้าถึงครอบครัว ขยายไปจนถึงโรงเรียน เป็นผลงานในปีที่ผ่านมา
@ แต่ 3 จีก็ยังไม่ครอบคลุมทั่วประเทศ
จะเร่งผลักดันต่อไป เพราะ 3 จี ถ้ามองในภาพรวมแล้วมีประโยชน์มาก ยิ่งถ้าเทียบเงินลงทุน 20,000 ล้านบาท กับจำนวนประชากร 65 ล้านคน ที่จะมีโอกาสได้งาน มันคุ้มมาก และไอซีทีก็ยืนยันว่าทำตามระเบียบ ขั้นตอน ไม่มีอะไรแอบแฝง แม้แต่เงินกู้ที่จะใช้ในโครงการ ก็ผ่านความเห็นชอบของสภาผู้แทนฯเรียบร้อยแล้ว
ถ้าเทียบกับโครงการอื่นที่ทำในกรุงเทพฯ ใช้เงินเป็นแสนล้านบาท แต่มีเฉพาะคนกรุงเทพฯ 7 ล้านคนได้ใช้ เฉลี่ยเงินออกมาแล้วจะยิ่งเห็นชัด
กระทรวงจะต้องผลักดันให้เกิดให้ได้ในยุคนี้ ในยุคปลัดกระทรวงคนนี้เลย (เกษียณ ก.ย. 53) เราต้องช่วยกัน เพราะเทคโนโลยีของประเทศต้องก้าวไปข้างหน้า ไอซีทีเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยพัฒนาสังคมได้เยอะ
@ เห็นว่าจะทำสถานีทีวีของตัวเอง
สิ่งที่จะทำคือไอซีทีชาแนล เป็นช่องที่จะเผยแพร่ข้อมูล ความรู้ด้านไอซีทีโดยเฉพาะ ตัวรายการจะมีภาพรวมผลงานของกระทรวงไอซีที โดยจะให้ บมจ.กสท โทรคมนาคม เป็นเจ้าภาพ เรากำลังจะไปเปิดตัวที่เชียงใหม่ ที่งานเอ็มไอซีที สร้างคน สร้างชาติ ในวันที่ 24-27 ธ.ค.นี้ ที่หอประชุมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
@ เป็นเคเบิลทีวี
ตอนนี้กำลังดูว่าจะทำอย่างไร ใช้ช่องทางไหนให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ทุกพื้นที่สามารถดูได้ทั้งหมด ตอนนี้แยกทีมงานออกเป็น 2 ทีม ทีมแรกดูด้านเทคนิค ว่าจะทำอย่างไรได้บ้าง อีกทีมก็จัดผังรายการ ไป แบ่งเป็นช่อง ๆ เหมือนทีวีทั่วไป แต่กำหนดการออกอากาศ ทีมงานยัง ไม่ได้แจ้ง
ขณะนี้ได้ให้นโยบายไปว่า จะต้องทำให้คนทั่วประเทศได้เรียนรู้ไอซีทีโดยเฉพาะ แยกออกมาเป็นช่องต่างหาก เพราะการเรียนรู้ตามทีวีทั่วไป มันน้อยเกินไป ช่องหนึ่งให้เวลารายการพวกนี้แค่ 30 นาที หรือ 1 ชั่วโมง ในแต่ละวัน แต่ความรู้ต่าง ๆ มีเยอะมาก
นี่คือวัตถุประสงค์หลักที่ต้องการให้เกิดการเรียนรู้เทคโนโลยีไอซีทีทั้งหมดให้ได้
@ งบประมาณที่จะใช้
ยังไม่ทราบ ต้องถามทาง กสทฯ ในวันเปิดตัว เพราะเราให้เขาเป็นเจ้าภาพ เป็นเจ้าของโครงการ แต่ทำให้ในนามของกระทรวงไอซีทีทั้งหมด เพราะต่อไปนี้ ทั้ง 4 องค์กร ภายใต้กระทรวงไอซีที เราจะไปไหนไปด้วยกันทั้งหมด เพื่อเป็นการลดต้นทุน ทำให้เกิดการใช้โครงข่ายร่วมกัน จับมือเดินหน้าไปพร้อม ๆ กัน
อย่างตอนนี้ ทั้งทีโอที และ กสท ต่างมีเทคโนโลยีความเร็วสูงของตัวเอง ทีโอทีมีบริการ 3 จี กสทฯ มีซีดีเอ็มเอ ถ้าต่อไป กสทฯ เทกโอเวอร์ฮัทช์ได้สำเร็จ ก็จะมีโครงข่ายครอบคลุมทั่วประเทศ และสามารถให้ ทีโอทีเช่าสถานีฐานในส่วนที่ไปไม่ถึงได้
@ นายกฯให้เร่งรัดการแปรสัญญาสัมปทาน
เรื่องนี้ไม่ห่วง เพราะเป็นเรื่องเก่าที่มีการศึกษามานานแล้ว และทั้งทีโอที กสท ก็รายงานผลการดำเนินงานประจำปีให้กระทรวงการคลังทราบทุก 6 เดือน ซึ่งไม่เคยถูกติงจากคลังเลยว่าขาดทุน แถมในบอร์ดของทั้ง 2 บริษัทยังมีตัวแทนจากคลัง สำนัก งบประมาณ อัยการอยู่ด้วย เมื่อเกิดข้อเรียกร้อง หรือร้องเรียนเรื่องสัญญาสัมปทานในตอนนี้ ก็คงต้องถามกลับไปว่า ทำไม เพราะอะไร คิดว่าเขาน่าจะลืมไปว่า เขาก็นั่งอยู่ในบอร์ดบริษัททั้ง 2 แห่งมาตลอด
ทางไอซีทีก็เร่งขั้นตอนให้ทุกอย่าง แต่มันไม่ใช่แค่กระทรวงจึงจะสำเร็จได้ เพราะต้องผ่านไปอีกหลายหน่วยงาน แต่ละแห่งก็มีคณะกรรมการอีก ซึ่งที่ทราบมา คือบางเรื่อง บางสัญญา ต้องใช้เวลา 6-9 เดือน กว่ากระบวนการต่าง ๆ จะเสร็จสิ้น เพราะคณะกรรมการต่าง ๆ ประชุมที ก็มีคนนั้นคนนี้เข้ามาเพิ่มประเด็น คนละ 1 ประเด็น นัดประชุมที ก็ไม่เคยได้พร้อมกัน บางครั้งองค์ประชุมก็ไม่ครบ เรื่องมันเลยล่าช้า ซึ่งก็เคยชี้แจงประเด็นเหล่านี้ให้รัฐมนตรีคลังทราบแล้ว
@ ขั้นตอนของกระทรวง ณ ตอนนี้
ให้การบ้านทั้งทีโอที กสทฯ ไปว่า ให้ นักกฎหมายของแต่ละแห่ง รวมถึงของกระทรวงไปศึกษาสัญญาต่าง ๆ ดูว่า สัญญาที่ถูกกล่าวหาว่าทำให้รัฐขาดทุนนั้น เป็นจริงอย่างที่เขาบอกหรือไม่ คาดว่าภายในสัปดาห์ที่ 2 ของเดือน ม.ค. น่าจะนำข้อสรุปของแต่ละบริษัทมาหารือให้ชัดเจนขึ้นได้
@ ประเมินผลงานตัวเองอยู่ในระดับไหน
ประธานาธิบดีโอบามาให้คะแนนตัวเองบีบวก เราคงไม่ให้ถึงขนาดนั้น แต่ยังไม่ประเมินดีกว่า เพราะตามหลัก ไม่มีใครที่จะมาประเมินผลงานตัวเองแบบเลื่อนขั้นให้ ตัวเอง
@นโยบายไอซีทีปีหน้า
จะเดินตามแผนแม่บทไอซีที ฉบับที่ 2 คือเน้นที่พัฒนาคน พัฒนาการบริหารจัดการ และการเผยแพร่ความรู้เป็นหลัก อีกอย่าง คืออยากได้กรมใหม่ เป็นการปัดฝุ่นมติ ครม.เมื่อปี 2545 ที่ให้ไอซีทีมี 3 กรมใหม่เพิ่ม คือกรมวิจัยและพัฒนา กรมแผนที่พลเรือน กรมส่งเสริมการใช้เทคโนโลยี
ไอซีทีเป็นกระทรวงเดียวที่มีแค่ 1 กรม 1 สำนัก (ที่เทียบเท่ากรม) คือกรมอุตุนิยมวิทยา กับสำนักงานสถิติแห่งชาติ การมีกรมเพิ่ม เราจะได้กำลังคนเพิ่ม มีอธิบดี มีรองอธิบดีเพิ่ม ได้ผู้บริหารมารับผิดชอบงานเพิ่ม สามารถแยกงานได้ชัดเจน โยกย้ายคนได้ตามศักยภาพความสามารถจริง ๆ
ตอนนี้แผนอยู่ที่ ก.พ.แล้ว กำลังเร่งผลักดันอยู่ คาดว่าปี 2553 น่าจะตั้งได้
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2552