พลัน ที่คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ชุดใหม่จำนวน 4 คน เข้ามานั่งตำแหน่งแทนกรรมการ กทช. ที่จับสลากออกจำนวน 3 คน และลาออกอีกจำนวน 1 คน เข้ามานั่งตำแหน่งใน กทช.ปรากฏว่าเรื่องเร่งด่วนลำดับต้น ๆ ที่ กทช.ชุดใหม่ปักธงเดินหน้าขับเคลื่อน คือ การออกใบอนุญาตโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 3G ในย่านความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์
และในที่สุดคณะกรรมการ 3G ซึ่งมี พ.อ.นที ศุกลรัตน์ ในฐานะกรรมการ กทช.ได้นั่งหัวโต๊ะเป็นประธานก็ได้ข้อสรุปในเบื้องต้นด้วยการปรับแผนการออก ใบอนุญาตให้บริการ แบบที่ 3 ใช้มาตรฐาน IMT 2000 (International Mobile Telecommunications) จากเดิมที่ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 3G มาเป็นเทคโนโลยี 3.9G แต่ยังใช้คลื่นความถี่เดิม
เหตุผลเพราะอะไรและทำไม? พ.อ.นที ศุกลรัตน์ กรรมการ กทช. และ ในฐานะประธานคณะกรรมการ 3G ถึงได้ปรับแผนในครั้งนี้ "ฐานเศรษฐกิจ" มีคำตอบเป็นคำตอบที่ พ.อ.นที ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษติดตามอ่านได้จากบรรทัดถัดจากนี้!!
****สาเหตุการปรับแผน
เป็นโอกาสดีที่ใช้วิกฤติเป็นโอกาสเพราะการออกใบอนุญาตโทรศัพท์เคลื่อนที่ ระบบ 3G ของประเทศไทยล่าช้ากว่าประเทศอื่นในภูมิภาคนี้ ดังนั้นเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคมที่ผ่านมา คณะกรรมการ 3G ได้จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นเฉพาะกลุ่ม (Focus Group) ด้วยการเชิญตัวแทนผู้ประกอบการ นักวิชาการและผู้บริโภค จำนวน 150 คน ระดมความคิดเห็นและได้มีข้อสรุปในเบื้องต้นปรับแผนการออกใบอนุญาตแบบที่ 3 มาตรฐาน IMT 2000 จากเดิมที่เป็นเทคโนโลยี 3 G เปลี่ยนเป็นเทคโนโลยี 3.9 G แทน ดังนั้นการเพิ่มเทคโนโลยีดังกล่าวจะทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศแรกในภูมิภาคอา เซียนที่ใช้เทคโนโลยีโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 3.9 G และ เริ่มใช้งานได้พร้อมกับประเทศญี่ปุ่น
*** แตกต่างจากของเดิมอย่างไร
ระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G สามารถรับ-ส่งข้อมูลด้วยความเร็วสูงเพียง 20 เมกะบิตเท่านั้นแต่เทคโนโลยีระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3.9G นั้นมีความเร็วสูงถึง 42 เมกะบิตคุณภาพการให้บริการดีกว่าเทคโนโลยีระบบ 3G ส่วนคลื่นความถี่ก็ยังใช้ย่านความถี่ที่ 2.1 เมกะเฮิรตซ์ ขณะที่เครื่องลูกข่ายที่รองรับเทคโนโลยีระบบ 3G ก็ยังใช้งานได้เหมือนเช่นเดิมการเพิ่มความถี่ครั้งนี้ไม่มีผลกระทบต่อผู้ บริโภคแต่จะเป็นผลดีต่อผู้บริโภคที่จะได้ใช้เทคโนโลยีที่มีความเร็วสูงกว่า เดิม
***ขั้นตอนหลังจากFocus Group
เราได้จัดทำ Focus Group ไปเมื่อวาน (26 พฤษภาคม) ปรากฏว่าการรับฟังแสดงความคิดเห็นเป็นไปอย่างราบรื่นทั้งโอเปอเรเตอร์ (ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่) ต่างแสดงความคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่าประเทศไทยควรจะออกใบอนุญาต 3G อย่างเป็นทางการได้แล้วเพราะเราล่าช้ากว่าประเทศอื่นมาก ดังนั้นในวันที่ 4 มิถุนายนนี้จะนำเสนอเรื่องนี้เป็นเรื่องเร่งด่วน
****กรอบและนโยบาย
เราจะทำประกาศภายในเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม โดยขั้นตอนการดำเนินการต่อจากนี้ คือ เปิดรับฟังความเห็นสาธารณะ (ประชาพิจารณ์) ที่คาดว่าจะเสร็จภายในเดือนกรกฎาคม และเปิดให้ผู้ให้บริการยื่นประมูลภายในเดือนสิงหาคมก่อนจะสรุปการออกใบ อนุญาตภายในช่วงเดือนกันยายนนี้
***ค่าใบอนุญาตกำหนดหรือยัง
วันที่รับฟังแสดงความคิดเห็นยังไม่มีการกำหนดค่าใบอนุญาตในการจัดสรรคลื่น ความถี่เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ซีเรียสคณะกรรมการ กทช.ต้องประชุมหาทางออกให้รอบคอบและเป็นการบ้านที่คณะกรรมการ กทช.ต้องพิจารณาให้รอบคอบ
***รูปแบบการออกใบอนุญาต
ผลจาก Focus Group เมื่อวันที่ 25 พ.ค. นั้นปรากฏว่าได้มีการเปลี่ยนรูปแบบการออกใบอนุญาตให้กับเอกชนที่สนใจเข้า ร่วมประมูลจากเดิมกำหนดไว้ที่ 4 ใบ เหลือเพียง 3 ใบ และแบ่งช่วงคลื่นความถี่ที่ 15 เมกะเฮิรตซ์เท่ากันจากเดิมที่คณะกรรมการ กทช.ชุดก่อนกำหนดไว้ที่ 10 เมกะเฮิรตซ์จำนวน 3 ใบ และ 15 เมกะเฮิรตซ์อีกจำนวน 1 ใบ
พร้อมกับได้ตั้งเงื่อนไขอยู่ที่การออกใบอนุญาตจำนวน 3 ใบนั้นจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อมีผู้สนใจเข้าร่วมประมูล 4 รายขึ้นไป แต่หากมีผู้เข้าร่วมประมูลจำนวน 3 ราย กทช.กำหนดจะให้ใบอนุญาตแค่เพียง 2 ใบเท่านั้น
นอกจากนี้ ผู้ที่ได้รับใบอนุญาต 3.9 G ต้องเปิดให้ผู้ประกอบการรายเล็กเข้ามาเช่าใช้โครงข่ายในลักษณะ MVNO (Mobile Virtual Network Operators หรือผู้ให้บริการโทรศัพท์ที่ไม่ได้วางโครงข่ายเอง แต่ไปเหมาจากเจ้าของโครงข่ายมาให้บริการต่ออีกทอดหนึ่ง) โดยเผื่อโครงข่ายไว้ในสัดส่วน 40% โดย MVNO จะต้องไม่ใช่บริษัทลูกของผู้ที่ได้รับใบอนุญาตแต่มีสิทธิ์โรมมิ่ง (เชื่อมโยงโครงข่าย) กับผู้ให้บริการ 2 G รวมทั้งผู้ที่ได้รับใบอนุญาตจะต้องให้บริการ 3.9 Gอย่างเดียว เมื่อหมดอายุสัมปทาน
"ต่อไปในอนาคตผู้ประกอบการรายเล็ก ๆ ไม่ว่าอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ หรือ ขอนแก่น หรืออยู่ที่ไหนในประเทศไทยก็สามารถเป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ใน ลักษณะ MVNO ได้เราต้องคิดแบบใหม่ระบบจะได้เข้าไปสู่การแข่งขันอย่างเสรี"
*** ทีโอที มีสิทธิ์เข้าประมูลไหม
ทีโอที ไม่สามารถเข้าร่วมประมูลได้ เนื่องจากได้รับการจัดสรรคลื่นความถี่ 1900-2.1 เมกะเฮิรตซ์ไปแล้วจำนวน 15 เมกะเฮิรตซ์ ย่านความถี่ดังกล่าวสามารถพัฒนาไปสู่ 3.9 จีได้เช่นเดียวกัน ซึ่งทีโอทีควรจะใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มที่
***เงื่อนไขประมูลเอื้อกลุ่มทุน
เมื่อมีคนตั้งคำถามมาเราก็จะมีคำตอบเพราะจะเป็นไปไม่ได้เราจะไม่มีคำตอบให้ เพราะเราคิดว่าโมเดลที่เราจะพัฒนาไปสู่ระบบ 3.9G เป็นสิ่งที่ดีที่สุดในห้วงเวลานี้เพราะเราสูญเสียโอกาสมานานเรื่องเทคโนโลยี 3G เมื่อเราล่าช้ากว่าคนอื่นเราก็น่าจะใช้วิกฤตินี้อัพเกรดไปสู่ระบบ 3.9G ไปเลยเพราะสิ่งที่เรากำลังดำเนินการย่อมมีคนตั้งคำถามและข้อสงสัยโดยคน บางกลุ่มโจมตีอาศัยสื่อมวลชนโดยให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องเราก็ต้องพยายาม อธิบายและชี้แจงข้อเท็จจริงซึ่งเราได้เตรียมคำตอบไว้พร้อมแล้ว
คณะกรรมการ กทช. ชุดใหม่จำนวน 4 คน
1.นายสุรนันท์ วงศ์วิทยกำจร กรรมการ กทช.
2. นายบัณฑูร สุภัควณิช กรรมการ กทช.
3. รศ.พนา ทองมีอาคม กรรมการ กทช.
4.พ.อ. นที ศุกลรัตน์ กรรมการ กทช.
หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,535 30 พฤษภาคม - 2 มิถุนายน พ.ศ. 2553