ดันเต็มสูบแจ้งเกิดมือถือ 3.9G "กทช." เร่งสรุปเงื่อนไขประมูลใบอนุญาตยึดกรอบเวลาเดิม "ก.ย." นี้ ฟากเอกชนลุ้นตัวโก่ง "ดีแทค" เอาใจช่วยเต็มที่ไม่อยากให้ลากยาวจนมี "กสทช." แต่ยังสงสัยข้อกำหนดห้ามค่ายมือถือ 2G ให้บริการต่อหลังสัมปทานหมดอายุเอื้อ "ทีโอที-กสทฯ" ขณะที่พี่ใหญ่ "เอไอเอส" เซ็งกฎห้ามโรมมิ่ง เครือข่าย 3G ทำดีลทีโอทีสะดุด
นายวิเชียร เมฆตระการ หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ผู้บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส กล่าวว่า บริษัทไม่แน่ใจว่าจะยังคงเดินหน้าเจรจากับ บมจ.ทีโอทีเรื่องการโรมมิ่งบริการ data บนโครงข่าย 3G ของทีโอทีหรือไม่ เพราะจากร่างสรุปข้อสนเทศการออกใบอนุญาต 3G (IM) ของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ที่มีการนำมารับฟังความคิดเห็นเฉพาะกลุ่มเมื่อวันที่ 23 พ.ค. 2553 ที่ผ่านมา ระบุว่าห้ามผู้ให้บริการ 2G โรมมิ่งเครือข่ายกับผู้รับใบอนุญาต 3G ดังนั้นแม้จะเจรจาโรมมิ่งได้แต่ในอนาคตก็ต้องหยุดให้บริการ
อีก ทั้งยังมีข้อกำหนด เช่น ในกรณีผู้รับสัมปทานเดิมได้รับใบอนุญาต 3G ด้วย เมื่อสัมปทานหมดอายุยังห้ามให้บริการต่อ ไม่ว่าจะเป็นบริษัทเดิมหรือบริษัทอื่นที่มีความเกี่ยวข้องกัน เป็นต้น
"สิ่ง ที่เราอยากเห็นคือความชัดเจนมากกว่าว่ากติกาจะเป็นเช่นไร เราจะได้พิจารณาแนวทางการลงทุนอื่นได้ เช่น การเป็นผู้ให้บริการ MVNO ก็เป็นอีกแนวทางที่กำลังพิจารณา"
นายธนา เธียรอัจฉริยะ รองประธาน เจ้าหน้าที่บริหารสายงานกลยุทธ์องค์กร บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) กล่าวว่า อยากเห็นการให้ใบอนุญาตโทรศัพท์มือถือ 3G เกิดขึ้นโดยเร็วที่สุดให้ทัน กทช.ชุดปัจจุบัน ที่ผ่านมาล่าช้ามามากแล้ว ยิ่ง กสทช.กำลังจะมายิ่งต้องเอาใจช่วยให้เสร็จ เพราะเกรงว่าถ้าไม่ทันใน กทช.ชุดนี้อาจล่าช้าไปอีกปีแล้ว ดังนั้นแม้กับข้อกำหนดหรือเงื่อนไขในการประมูลใบอนุญาต เกี่ยวกับราคากลางที่ 10,000 ล้านบาทนั้นแม้จะถือเป็นราคาที่สูงมาก แต่ก็คิดว่าไม่เป็นไร ถ้าสูงเกินไปไม่มีเข้าประมูล ในที่สุดราคาก็ต้องลดลงมาอยู่ดี
แหล่งข่าวจากบริษัทเดียวกันกล่าว กับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ดีแทคกับทรูมูฟไม่มีปัญหาเรื่องการห้ามผู้ให้บริการ 2G โรมมิ่งกับ 3G แต่กระทบเอไอเอสโดยตรง เพราะการโรมมิ่งโครงข่ายกับทีโอทีเป็นทางเลือกหนึ่งที่จะให้บริการ 3G ได้โดยไม่จำเป็นต้องขอรับใบอนุญาตจาก กทช. ดังนั้นจะทำให้ทางเลือกในการให้บริการ 3G ของเอไอเอสเหลือเพียงขอรับใบอนุญาตรายใหม่หรือขอใบอนุญาตเพื่อเป็นผู้ให้ บริการ MVNO เท่านั้น
สำหรับการห้ามผู้ให้บริการ 3G ที่เป็น ผู้รับสัมปทานเดิมให้บริการ 2G ต่อเมื่อสัมปทานหมดอายุนั้น นอกจากห้ามขยายอายุสัมปทานแล้วยังหมายความรวมถึงการให้บริการต่อในลักษณะของ การเช่าใช้โครงข่ายเดิมด้วย ตนมองว่าเป็นข้อกำหนดที่เอื้อประโยชน์ บมจ.ทีโอทีและ บมจ.กสท โทรคมนาคม เพราะแม้จะมีบริการ 3G เกิดขึ้นและลูกค้าย้ายไปใช้บริการ 3G แล้ว แต่ยังจะมีลูกค้าบางส่วนที่ยังใช้บริการ 2G เดิมโดยไม่ย้าย เมื่อสัมปทานหมดอายุผู้ที่รับช่วงให้บริการต่อคือ กสทฯและทีโอที ลูกค้าจะตกเป็นของทั้งคู่ กทช.อาจมีวัตถุประสงค์เพื่อไม่ให้มีผู้ให้บริการรายใดถือความถี่อยู่ในมือ ทั้ง 2G และ 3G อีกด้วย
นอกจากนี้ ยังมีเรื่องการกำหนดให้ต้องสำรองโครงข่าย 40% ไว้สำหรับผู้ให้บริการ MVNO เช่าใช้ ซึ่งถือเป็นการสร้างภาระการลงทุนแก่ผู้ให้บริการ เพราะไม่มีความชัดเจนในทางปฏิบัติว่าต้องทำเช่นไร เช่น ถ้าบริษัทต้องการให้บริการลูกค้า 100 คน หมายความว่าต้องลงทุนเผื่อไว้สำหรับ 140 คน เพื่อรองรับผู้ให้บริการ MVNO หรือไม่ เพราะแม้ กทช.จะบอกว่าไม่จำเป็นต้องลงทุนเผื่อ แต่หากมีผู้ขอเป็น MVNO ก็ต้องเปิดให้ใช้โครงข่ายด้วย เท่ากับบังคับให้ต้องสำรองขีดความสามารถของระบบส่วนหนึ่งแก่ MVNO อยู่ดี
อย่าง ไรก็ตาม พ.อ.ดร.นที ศุกลรัตน์ กรรมการ กทช. กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ข้อกำหนดต่าง ๆ กทช.ได้พิจารณาเป็นอย่างดี และเพื่อส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันในตลาดทั้งสิ้น เช่น การห้ามผู้ให้บริการ 2G โรมมิ่งกับ 3G มาจากเพราะมีผู้ให้บริการ 2G เป็นผู้ให้บริการรายเดิมในตลาดมานาน มีฐานลูกค้าจำนวนมาก หากปล่อยให้มีการโรมมิ่ง ลูกค้าจะไม่เห็นความแตกต่างระหว่างบริการ 2G และ 3G ขณะที่ผู้ให้บริการรายใหม่จะไม่ได้เปรียบในเชิงเทคโนโลยี ดังนั้นมาตรการดังกล่าวจึงกำหนดขึ้นเพื่อปกป้องรายใหม่ให้มีโอกาสเกิดได้ ส่วนผู้ให้บริการ 2G เดิมหากต้องการให้บริการก็ต้องไปรับใบอนุญาตแบบ MVNO เท่านั้น
ส่วนกรณีที่มีการกำหนดให้ต้องสำรองโครงข่าย 40% แก่ผู้ให้บริการ MVNO ก็เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการขนาดเล็กและกลางที่มีนวัตกรรมใหม่ ๆ เช่น กลุ่มผู้ให้บริการคอนเทนต์ที่สามารถใช้โมเดลการเป็น MVNO ในการให้บริการได้ด้วยตนเองโดยไม่ต้องไปแบ่งส่วนแบ่งรายได้แบบเดิม หากผู้ให้บริการ 3G รายใดมีสัดส่วนผู้ให้บริการ MVNO ไม่ถึง 40% ของโครงข่าย แต่เมื่อมีการขอใช้โครงข่ายจะต้องเปิดให้ใช้ได้ใน 3 เดือน ดังนั้นผู้ให้บริการโครงข่ายจึงไม่จำเป็นต้องลงทุนเผื่อแต่อย่างใด หากมีผู้ขอเป็น MVNO ค่อยขยายเพิ่มในภายหลังได้
โดยในวันที่ 4 มิ.ย.ที่ผ่านมา กทช.ได้มีอนุมัติเงื่อนไขในการออกใบอนุญาตได้ข้อสรุปว่าจะเปิดประมูลไล เซ่นส์ 3 ใบแบบพร้อมกันหมด ตั้งราคากลางไว้ที่ 1 หมื่นล้านบาทและคาดว่าแต่ละไลเซ่นส์จะมีมูลค่าประมาณ 12,800 ล้านบาท โดยแต่ละไลเซ่นส์ สามารถให้ MVNO เช่าโครงข่ายได้ 1 รายคาดว่าจะจัดประชาพิจารณ์ใน มิ.ย.นี้
สำหรับใบอนุญาต 3 ใบเกิดจาก กทช. ได้เปลี่ยนแนวคิดจาก 3G มายัง 3.9G ซึ่งต้องใช้คลื่นความถี่ที่มีความกว้างมากขึ้นจึงเปลี่ยนจำนวนและย่านความ ถี่เหลือ 3 ใบ ใบละ 15 เมกะเฮิรตซ์ ที่ความถี่ 1920-1980 เมกะเฮิรตซ์ 2110-2170 เมกะเฮิรตซ์ และ 2010-2025 เมกะเฮิรตซ์ ระยะเวลาใบอนุญาต 15 ปี ทั้งนี้เป็นที่คาดหมายกันว่าผู้ให้บริการมือถือทั้ง 3 รายจะร่วมประมูลใบอนุญาต 3G อย่างแน่นอน เพราะสัญญาสัมปทานของแต่ละบริษัทเหลือเวลาอีกไม่มาก โดยทรูมูฟสิ้นสุดสัญญาในปี 2556 หรืออีก 3 ปีขณะที่เอไอเอสเหลือ 5 ปี (สิ้นสุดปี 2558) และดีแทคเหลือถึงปี 2561 หรืออีก 8 ปี
ประชาชาติธุรกิจ 07 มิถุนายน พ.ศ. 2553 ปีที่ 34 ฉบับที่ 4216