ทีดีอาร์ไอเสนอกทช.ใช้สูตรสงวนสิทธิ์การประมูลพร้อมรีเสิร์ฟไพรซ์ ไม่ได้ตามทีตั้งไว้ในใจล้มประมูล ป้องกันการฮั้วประมูลมือถือระบบ 3G ย้ำราคากลางเริ่มที่ 1 หมื่นล้านบาทต่อ 1 ไลเซนส์ยังต่ำ
ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ รองประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศ (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวในงานเสวนาเรื่อง “มิติการคุ้มครองผู้บริโภคในยุค 3G and Beyondว่า การที่คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) จะเปิดให้มีการประมูลมือถือระบบ 3G นั้น จะส่งผลกระทบ 2 ทางคือ 1.การมีผู้เข้ามาแข่งขันประมูลใบอนุญาต (ไลเซนส์) ถ้าไม่แข่งกันจริงรัฐก็ไม่ได้ประโยชน์เต็มที่ ดังนั้น กท. ควรจะมีราคาที่ตั้งไว้ในใจ หรือรีเสิร์ฟ ไพรซ์ ถ้าการประมูลสูตร N-1 คือประมูล 4 ราย เอา 3 ราย ถ้าเข้าประมูล 3 ราย เอา 2 ราย โดยส่วนเห็นด้วย แต่หากการประมูลไม่ได้ตามรีเสิร์ฟ ไพรซ์ ก็ล้มประมูล แต่ในกรอบกติการต้องมีการระบุเรื่องของการสงวนสิทธิ์การประมูลไว้ด้วย ซึ่งการทำลักษณะนี้ต่างประเทศก็ทำกัน และทางกทช.ยืนยันว่าจะรับไว้พิจารณา
“ค่าไลเซนส์ 3G น่าจะได้โดยรวมน่าจะได้มากกว่า 3 หมื่นล้านบาท เพราะราคากลางที่ตั้งไว้ตอนนี้ 1 หมื่นล้านบาทยังถือว่าต่ำ”
ในมุมมองของนักวิชาการเห็นว่า มูลค่าคลื่น ความถี่ที่ประมูลยังไม่ใช่เรื่องใหญ่ ที่สำคัญสุดคือมูลค่าการโอนฐานลูกค้าจาก 2G มา 3G เพราะใบอนุญาตประกอบกิจการก่อนหน้านี้เป็นลักษณะของสัญญาสัมปทานระหว่างรัฐ กับเอกชน
ผลกระทบเรื่องที่ 2 เกี่ยวกับการแข่งขันทางการตลาดจะเป็นการแย่งลูกค้ากันเกิดขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบกับผู้บริโภคโดยตรง เช่น การย้ายฐานลูกค้าจาก 2G ไป 3G โดยการสร้างแรงจูงใจด้วยโปรชัน เนื่องจากต้นทุนของค่าธรรมเนียม 3G ถูกกว่า 2G ประมาณ 15-20% ขณะเดียวกันก็อาจจะมีการปรับค่าบริการ 2G ให้สูงขึ้น เพื่อเป็นตัวเร่งให้มีการย้ายระบบ เพราะ 3G โรมมิ่ง 2G ได้ แต่ 2G ไม่สามารถโรมมิ่ง 3G ได้
ส่วนกรณีของผู้ขายส่งบริการ (MVNO) ที่ กทช.กำหนดให้มี 4% จะเกิดจริงไม่กี่ราย เพราะผู้ได้ใบอนุญาตอาจจะมีกลยุทธ์เตะถ่วงในการทำให้ MVNO ไม่ได้เกิดก็ได้ เพราะประกาศไม่ได้กำหนดราคาขายส่งกับ MVNO ขณะที่ผลกระทบกับผู้บริโภคอาจมีการร้องเรียนเพิ่มมากขึ้น เพราะระบบ 3G เข้าถึงได้ง่าย ได้เร็วขึ้น ซึ่งจะส่งผลเกี่ยวกับเรื่องผิดกฎหมายตามมา เช่น เรื่องการพนัน เรื่องอาชญากรรมต่างๆ
นอกจากนี้ ต้องมีการทำแผนที่ให้ผู้ใช้รู้ว่าพื้นที่การให้บริการครอบคลุมแค่ไหน ตรงไหนเป็น 3G รวมถึงการให้ความรู้กับผู้บริโภคด้วย
ด้านผศ.ดร.จิรศิลป์ จยาวรรณ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี กล่าวว่า การให้บริการระบบ 3G ควรจะมีการใช้โครงข่ายร่วมที่มีอยู่แล้วอย่างของทีโอที กสท โทรคมนาคม การไฟฟ้าเพื่อให้เกิดความคุ้มค่าในการใช้ทรัพยากร นอกจากนี้เทคโนโลยีควรจะเป็นกรีนไอทีต้องมีการกำจัดขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ถูก ต้อง
ASTVผู้จัดการออนไลน์ 18 มิถุนายน 2553 10:53 น.