ผู้เขียน หัวข้อ: TOT รับ3จีพลาดเป้าชี้เอ็มวีเอ็นโอ สอบตก  (อ่าน 441 ครั้ง)

monchai

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1383
    • อีเมล์
ทีโอที ยอมรับเป้า 3จี 6 เดือน 5 แสนรายพลาดเป้า แจง 2 ปัญหาใหญ่ เน็ตเวิร์คไม่ครอบคลุม เอ็มวีเอ็นโอทำยอดลูกค้าไม่ได้ตามแผน

“วรุธ”ยอมรับเป้าหมาย 3 จี 6 เดือน 5 แสนรายเป็นแค่ฝัน ตอนนี้ขายได้ 3 แสน แต่ใช้จริงหดมีอยู่เพียงแสนราย รับปัญหามี 2 เรื่องใหญ่ เน็ตเวิร์กไม่ครอบคลุม บวกเอ็มวีเอ็นโอทำยอดลูกค้าไม่ได้ ตามแผน เตรียมเปิดให้รายใหม่อีก 2 รายที่มีศักยภาพมาทำแทน ส่วนแผนขยาย 3 จีทั่วประเทศ มั่นใจเกิดได้ในสมัย “จุติ” พร้อมรับลูกนโยบายถนนไร้สาย นำร่องก่อน 3 จังหวัดเหนือใต้

นายวรุธ สุวกร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) กล่าว ว่า การทำตลาดโทรศัพท์มือถือระบบ 3 จี บนคลื่นความถี่ 1900 ของทีโอที ที่เปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 3 ธ.ค. 52 นั้น จนถึงปัจจุบันนี้ มียอดลูกค้าได้น้อยกว่าเป้าหมายที่คาดการณ์ไว้มาก โดยก่อนหน้านี้ประเมินว่าจะมีลูกค้าภายใน 6 เดือน จำนวน 5 แสนราย แต่ถึงขณะนี้มีลูกค้าจากยอดขายซิมการ์ดเพียง 3 แสนราย และมีลูกค้าที่ใช้งานจริง (แอ็คทีฟ ยูสเซอร์) แค่ 1 แสนรายเท่านั้น

ทั้งนี้ ปัจจัยหลักที่ทำให้ยอดลูกค้าไม่ตรงตามแผน เนื่องจาก ประสิทธิภาพของโครงข่ายที่ให้บริการ ไม่ครอบคลุมพื้นที่ให้บริการ แม้ว่าจะให้บริการให้กทม.และปริมณฑล แต่การใช้งานจริงนั้น ยอมรับว่ามีจุดบอดสัญญาณอยู่มาก รวมทั้ง ผู้เช่าใช้โครงข่าย และทำตลาด (เอ็มวีเอ็นโอ) นั้น ก็ไม่สามารถสร้างยอดขายได้ ตามที่ระบุไว้ก่อนหน้านี้

ดังนั้น ฝ่ายบริหารของทีโอที กำลังหาเอ็มวีเอ็นโอรายใหม่อีก 2-3 ราย ให้เข้ามาช่วยทำตลาด อย่างไรก็ตาม ทีโอที่ยังคงไม่ยกเลิกเอ็มวีเอ็นโอรายเดิม เพราะมีสัญญาอยู่ 1 ปี แต่จะใช้วิธีการจำกัดสิทธิ์ หรือนำเลขหมายที่เป็นส่วนเดิมของรายนั้นๆ มาให้เอ็มวีเอ็นโอรายใหม่ให้บริการแทน

“พูดแบบไม่โกหกเลยว่า เราพลาดเป้าอย่างมาก ลูกค้าที่จะมาใช้ 3 จีของทีโอทีมีน้อย และใช้งานจริงมีถึงครึ่งของเบอร์ที่เรามีอยู่คือ 5 แสนเลขหมาย ส่วนหนึ่งก็ต้องโทษเราเองว่า ขยายพื้นที่ให้บริการไม่ทันความต้องการของลูกค้า และอีกส่วนคือมีเอ็มวีเอ็นโอบางรายสอบตก ทำยอดขายไม่ได้เลย ไม่เหมือนตอนที่มาโม้ไว้ ดังนั้น หากเราเปิดให้มีเอ็มวีเอ็นโอรายใหม่ ก็จะนำโควต้าของคนที่ขายไม่ได้มาให้คนใหม่”

รายงานข่าวระบุว่า เอ็มวีเอ็นโอเดิมมีอยู่ 4 ราย คือบมจ.สามารถ ไอ-โมบาย บริษัท 365 คอมมูนิเคชั่น จำกัด บมจ.ล็อกซเลย์ บมจ. อินเตอร์เนชั่นแนล เอ็นจิเนี่ยริ่ง (ไออีซี) และบริษัท เอ็ม คอนเซ้าส์เทนส์ โดยผู้ที่สร้างยอดขายซิมได้มากที่สุดคือ สามารถ-ไอโมบาย โดยรายได้ไปแล้วกว่า 150,000 เลขหมาย

รอชง3จีให้รมว.ไอซีที
ส่วน ความคืบหน้า การขยายโครงการ 3 จีให้ครอบคลุมทั่วประเทศนั้น นายวรุธ กล่าวว่า กระบวนการดังกล่าวเหลือเพียงให้นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร (ไอซีที) เสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐบาล (ครม.) เพื่อขออนุมัติต่อไป ในส่วนของทีโอทีเองนั้น ก็ได้เร่งดำเนินการหาแหล่งเงินกู้ เพื่อมาลงทุนในระบบดังกล่าวไว้แล้ว ซึ่งอิงจากที่ครม.เศรษฐกิจ เคยระบุว่า โครงการ 3 จีของทีโอทีนี้ น่าจะใช้เงิน 17,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ ทีโอทีได้หารือกับสถานบันทางการ เงิน และธนาคารในประเทศและต่างประเทศไว้แล้ว ซึ่งตามจริงมูลค่าการลงทุนในโครงข่าย 3 จี จะต้องใช้งบประมาณมากกว่า 20,000 ล้านบาท แต่หากทีโอทีกู้ 17,000 ล้านบาท ส่วนต่างที่เหลือจะนำมาจากกระแสเงินสดในมือที่มีอยู่ นอกจากนี้ ทีโอทียังมีแผนขยายโครงการโครง ข่ายอัจฉริยะในอนาคต (เอ็นจีเอ็น) วงเงิน 14,000 ล้านบาท ซึ่งก็กำลังรอให้นายจุติ เสนอเข้าครม.ด้วย

“ตามกำหนดการของ รมว.ไอซีที น่าจะมาเยี่ยมทีโอทีในวันที่ 6 ก.ค.นี้ ดังนั้น เราจะรายงานเป็นการสรุปให้ท่านว่า โครงการ 3 จีนี้จะสร้างประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติอย่างไร ถ้ามีเทคโนโลยีเกิดขึ้นจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน ในรูปแบบวีดีโอคอลล์ ซึ่งเรื่อง 3 จีนี้ผ่านมือรมว.ไอซีทีมา 2 คนแล้ว ซึ่งมาถึงท่านจุติ ผมมีความเชื่อว่าจะสามารถเกิดได้แน่นอน”

นายวรุธ ยังกล่าวถึง นโยบายของไอซีทีในโครงการถนนไร้สายนั้น ทีโอทีได้เสนอแผนการดำเนินผ่าน คณะกรรมการ (บอร์ด) บริษัทแล้ว โดยบอร์ดก็เห็นชอบในหลักการ เบื้องต้นจะนำร่องในพื้นที่ภาคเหนือ และภาคใต้ รวม 3 จังหวัดคือ ตรัง นครศรีธรรมราช และพิษณุโลก ซึ่งขณะนี้ กำลังหารือร่วมกับไอซีทีอีกครั้ง ในส่วนของรายละเอียดการให้บริการ สำหรับการให้บริการจะอยู่ที่ความเร็ว 2 เมกะบิตต่อวินาที อัตราค่าบริการ 150 บาท

นอกจากนี้ ทีโอทียังมีแผนโครงการถนนไร้สายเฟส 2 ในครอบคลุมทั่วประเทศ 5,200 ตำลบด้วย ซึ่งก็จะหารือกับไอซีทีด้วยว่า หากต้องการให้เกิดถนนไร้สายทั่วประเทศจริง ไอซีทีจำเป้นต้องหาแหล่งเงินทุนสนับสนุนให้ เพราะหากจะให้ทีโอทีไปกู้ คงอนุมัติไม่ผ่านแน่นอน เพราะงบลงทุนน่าจะสูงถึง 4,000-5,000 ล้านบาท แต่คิดค่าบริการ 150 บาท ดังนั้น เป็นธุรกิจที่ไม่เกิดกำไร

“จริงๆ ตอนนี้เรามีโครงข่ายให้บริการไปเกือบครบทุกพื้นที่แล้ว แต่เป็นเทคโนโลยี ADSL ให้ความเร็วได้สูงสุดเพียง 1 เมกกะบิตเท่านั้น ซึ่งถ้ารมว.ไอซีทีอยากให้มีความเร็วขั้นต่ำ 2 เมกกะบิต ก้ต้องเปลี่ยนสายทองแดง โดยตอนนี้ ทีโอทีก็พิจารณาอยู่ว่า จะใช้เป็นระบบผ่านดาวเทียมไอพีสตาร์ ไว-ไฟ ไวแม็กซ์ ส่วนเรื่องเงินไอซีที อาจต้องคุบกับคณะกรรมกรกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) เพื่อนำมาสนับสนุนให้เป็นโครงการในส่วนของยูเอสโอ”

เปิดตัวเกมใหม่หวังรายได้ปีนี้200ล้าน
พร้อมกันนี้ นายวรุธ กล่าวว่า ล่าสุดทีโอทีได้ร่วมกับบริษัท SK imedia บริษัทพัฒนาเกมจากประเทศเกาหลีใต้ เปิดตัวเกมออนไลน์ใหม่ H.A.V.E   เกมลักษณะแนวต่อสู้ ใช้หุ่นฟิกเกอร์เป็นตัวละคร แทนการใช้คน โดยต้องการเจาะกลุ่มเป้าหมายใหม่ทั้งชาย หญิง โดยเกมดังกล่าวนี้ ถือเป็นเกมตัวที่ 3 ของทีโอทีที่นำมาวางตลาด ซึ่งก่อนหน้านี้มีเกม เทลรันเนอร์ และ เกม วีดู แดนซิ่ง

ทั้งนี้ จากการให้บริการที่ผ่านมา ธุรกิจเกมออนไลน์ของทีโอที เติบโตอย่างก้าวกระโดดต่อเนื่อง มาตั้งแต่ปี 2551 โดยในปีที่ผ่านมา มีรายได้จำนวน 100 ล้านบาท ซึ่งในปีนี้ตั้งเป้าหมายรายได้เติบโตน 100% มาอยู่ที่ 200 ล้านบาท คาดว่ามีจำนวนสมาชิกกว่า 3.5 ล้านไอดี และมีจำนวนร้านอินเตอร์เน็ต คาเฟ่ที่เข้าร่วมให้บริการ 20,000 ร้าน

เตรียมเดินหน้า ถนนไร้สาย3จ. เร็ว2เมก/150บ.

นายวรุธ สุวกร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ทีโอที กล่าวถึง นโยบายของไอซีทีในโครงการถนนไร้สาย ว่า ทีโอทีได้เสนอแผนการดำเนินผ่าน คณะกรรมการ (บอร์ด) บริษัทแล้ว โดยบอร์ดเห็นชอบหลักการเบื้องต้นจะนำร่องพื้นที่ภาคเหนือ และภาคใต้ รวม 3 จังหวัด คือ ตรัง นครศรีธรรมราช และพิษณุโลก ซึ่งกำลังหารือร่วมกับไอซีที ด้านรายละเอียดการให้บริการความเร็ว 2 เมกะบิตต่อวินาที ค่าบริการ 150 บาท

ทีโอทียังมีแผนโครงการถนนไร้สายเฟส 2 ครอบคลุมทั่วประเทศ 5,200 ตำบล ซึ่งจะหารือกับไอซีทีด้วย ว่า หากต้องการให้เกิดทั่วประเทศจริง ไอซีทีต้องหาแหล่งเงินทุนสนับสนุน เพราะถ้าให้ทีโอทีไปกู้ คงไม่ผ่านอนุมัติแน่ ด้วยงบลงทุน 4-5 พันล้านบาท แต่คิดค่าบริการ 150 บาท จึงเป็นธุรกิจที่ไม่เกิดกำไร

"จริงๆ ตอนนี้ เรามีโครงข่ายให้บริการไปเกือบครบทุกพื้นที่แล้ว แต่เป็นเทคโนโลยีเอดีเอสแอล ความเร็วสูงสุด 1 เมกะบิต ถ้า รมว.ไอซีทีอยากให้มีความเร็วขั้นต่ำ 2 เมกะบิต ต้องเปลี่ยนสายทองแดง ตอนนี้ทีโอทีก็พิจารณาอยู่ว่า จะใช้เป็นระบบผ่านดาวเทียมไอพีสตาร์ ไว-ไฟ ไวแม็กซ์ ส่วนเรื่องเงินไอซีที อาจต้องคุยกับ กทช. เพื่อนำมาสนับสนุนให้เป็นโครงการในส่วนของยูเอสโอ"

พร้อมกันนี้ นายวรุธ กล่าวว่า ล่าสุดทีโอทีร่วมกับบริษัทเอสเค ไอมีเดีย ผู้พัฒนาเกมจากประเทศเกาหลีใต้ เปิดตัวเกมออนไลน์ใหม่ H.A.V.E เกมแนวต่อสู้ ใช้หุ่นฟิกเกอร์เป็นตัวละครแทนการใช้คน ต้องการเจาะกลุ่มเป้าหมายใหม่ทั้งชาย หญิง เกมดังกล่าวถือเป็นเกมที่ 3 ที่ทีโอทีนำมาวางตลาด ก่อนหน้านี้ มีเทลรันเนอร์ และวีดู แดนซิ่ง

ที่ผ่านมา ธุรกิจเกมออนไลน์ของทีโอทีเติบโตอย่างก้าวกระโดด ตั้งแต่ปี 2551 โดยปีที่ผ่านมา มีรายได้ 100 ล้านบาท ปีนี้ตั้งเป้ารายได้เติบโต 100% เป็น 200 ล้านบาท คาดว่ามีสมาชิกกว่า 3.5 ล้านไอดี และมีอินเทอร์เน็ต คาเฟ่ เข้าร่วมให้บริการ 2 หมื่นร้าน

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ 29 มิถุนายน 2553 08:00