ผู้เขียน หัวข้อ: 4G ฟินแลนด์ 40 ล้าน vs 3G ไทย 10,000 ล้าน  (อ่าน 527 ครั้ง)

monchai

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1383
    • อีเมล์
4G ฟินแลนด์ 40 ล้าน vs 3G ไทย 10,000 ล้าน
« เมื่อ: กรกฎาคม 02, 2010, 12:49:57 pm »
คอลัมน์ ระดมสมอง

โดย ณกฤช เศวตนันทน์ นักกฎหมายโทรคมนาคม Thai.attorney@hotmail.com

มาถึง โค้งสุดท้ายของการจัดสรรคลื่นความถี่ 3G เป็นข้อถกเถียงกันมากในเรื่องราคาคลื่นความถี่ที่เหมาะสม นักวิชาการกลุ่มหนึ่งซึ่งเป็นส่วนน้อยแต่อาจได้รับความสนใจจากสื่อยืนยันว่า เป็นโอกาสที่ต้องเก็บเงิน เข้ารัฐมากที่สุด นักวิชาการส่วนมากทั้งในและนอกประเทศต่างไม่ได้เห็นอย่างนั้น แต่กลับมองว่าราคาควรถูก เพื่อเพิ่มความสามารถของผู้ประกอบการในการให้บริการ 3G ให้ทั่วถึงและมีราคาต่ำ เพื่อประโยชน์ของประเทศในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม

สำหรับนักวิชาการที่เคยวิเคราะห์และให้ความเห็นว่าราคาคลื่นความถี่ควรมี ราคาต่ำ เพื่อนำเงินทุนไปใช้พัฒนาโครงข่ายและบริการมากกว่า ได้แก่คุณอรุณ จิรชวาลา อดีตกรรมการผู้จัดการ ธ.นครหลวงไทย ผู้เคยสอบได้ที่หนึ่งของประเทศไทย และยังเป็นนักเรียนทุนของในหลวง, คุณไพบูลย์ นลินทรางกูร นายกสมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ไทย กรรมการผู้จัดการ บล.ทิสโก้, รศ.ดร.บวร ปภัสราทร คณบดีคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ ม.พระจอมเกล้าธนบุรี และ รศ.ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ อดีตรองอธิการบดี ม.ธรรมศาสตร์

และสำหรับสถาบัน NIDA ได้รับเงินทุนสนับสนุนให้ศึกษาวิจัยเรื่องการออกใบอนุญาต 3G รวมถึงราคา ได้แก่ รศ.ดร.เอกชัย นิตยากษตรวัฒน์ อดีตคณบดีคณะบริหารธุรกิจ, รศ.ดร.ไพบูลย์ เสรีวิวัฒนา และ ผศ.ดร.กำพล ปัญญาโกเมศ ก็ได้ผลวิจัยรายงานไปในแนวทางเดียวกันทั้งสิ้นว่าราคาใบอนุญาตควรมีราคาที่ ต่ำ

นอกจากนี้ยังมีนักวิชาการต่างชาติ คือ Prof.Craig Warren Smith อดีต Professor จาก Harvard University ซึ่งปัจจุบันเป็นอาจารย์อยู่ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก็มีความเห็นทางวิชาการ จากประสบการณ์ของท่านในต่างประเทศ ว่าราคาใบอนุญาตคลื่นความถี่ต้องมีราคาที่ไม่สูงเกินไป โดยควรสนับสนุน ให้ผู้ประกอบการนำเงินทุนไปใช้ในการพัฒนาอุตสาหกรรมโทรคมนาคมมากกว่า

กรณีของนักวิชาการเป็นเพียงตัวอย่างที่สนับสนุนแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมให้ เป็นรูปธรรมตามหลักวิชาการ นอกจากนี้เราคงต้องดูตัวอย่างจากประสบการณ์จริงที่เกิดขึ้นในต่างประเทศด้วย คงไม่ต้องพูดถึงกรณีของประเทศที่แจกใบอนุญาต 3G ให้ผู้ประกอบการที่มีคุณสมบัติฟรี เช่น ญี่ปุ่น ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในการให้บริการ 3G ให้ทั่วถึงและมีราคาทั้งต้นทุนต่ำ รวมถึงค่าบริการที่ไม่สูงจนมีผู้ใช้บริการอย่างล้นหลามเป็นประโยชน์กับผู้ บริโภคอย่างแท้จริง เมื่อเทียบกับบทเรียนราคาแพงของอังกฤษที่ตั้งราคาใบอนุญาตคลื่นความถี่ไว้ สูงลิบให้ผู้ประกอบการต้องแข่งขันกันเข้าประมูลสู้ราคาให้สูงที่สุด จนท้ายที่สุดผู้ประกอบการต้องประสบกับปัญหาการเงิน จนกระทั่งไม่มีเงินในการขยาย พัฒนาโครงข่าย และไม่สามารถให้บริการ 3G ได้อย่างมีประสิทธิภาพเมื่อเทียบกับญี่ปุ่น

ในส่วนของประเทศไทย เมื่อเราก้าวไปสู่ 3G ล่าช้ากว่าประเทศอื่น ๆ มากแล้ว จนประเทศอื่นเขาเริ่มให้ใบอนุญาต 4G กันแล้ว แต่อาจมีส่วนที่ดี หากเราดู ประสบการณ์ของต่างประเทศและนำมาใช้ประกอบการกำหนดหลักเกณฑ์ออกใบอนุญาตเพื่อ ให้การขยายโครงข่ายและพัฒนาประเทศมีประสิทธิภาพสูงที่สุด

หากพูดถึง ประสบการณ์ในยุโรปอื่น ๆ ที่แม้จะไม่ได้แจกใบอนุญาตให้ฟรี แต่ราคาใบอนุญาตก็มีราคาที่ต่ำมาก ทั้ง ๆ ที่ความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยี ตลอดจนค่า ครองชีพของประชากรสูงกว่าประเทศไทยมาก เช่น ประเทศฟินแลนด์ หลายคนใน วงการโทรคมนาคมคงร้องอ๋อ เพราะผู้บุกเบิกในด้านโทรศัพท์มือถืออย่าง Nokia ก็มาจากประเทศนี้

ใน ปัจจุบันหลายคนอาจจะตื่นเต้นไปกับ Smart Phone รุ่นใหม่ ๆ อย่างเช่น iPhone หรือ Blackberry แต่เจ้าแห่งตลาดที่แท้จริงก็ยังคงเป็น Nokia อยู่ ซึ่งทำให้ฟินแลนด์เป็นประเทศที่ให้ความสำคัญกับธุรกิจโทรคมนาคมเป็นอย่างมาก เพราะอุตสาหกรรมนี้เป็นส่วนสำคัญในระบบเศรษฐกิจของประเทศ

โดยเมื่อ เร็ว ๆ นี้ ประเทศฟินแลนด์ได้มีการประมูลคลื่นความถี่ 4G โดยรัฐมีรายได้ทั้งสิ้น 150 ล้านบาท ซึ่งใบอนุญาตมีระยะเวลา 20 ปี และมีผู้ชนะการประมูล 4 ราย โดยเฉลี่ยแล้วใบอนุญาตราคาใบละ 40 ล้านบาท ทำให้ประชาชนของฟินแลนด์มีโอกาสได้ใช้เทคโนโลยี 4G ในราคาถูก ที่จะไม่มีการผลักดันภาระไปสู่ผู้บริโภค และเข้าทั่วถึงได้ทุกที่ มีผลในเชิงบวกต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ

เมื่อเราย้อนดูประเทศไทย ที่ขณะนี้จากร่างหลักเกณฑ์ของ กทช.มีการตั้งราคาขั้นต่ำไว้ที่ใบละ 10,000 ล้านบาท กับระยะเวลา 15 ปี และด้วยสูตร PQ-1 ของการประมูล พอประมูลจริงอาจทำให้ราคาใบอนุญาตสูงถึงใบละ 20,000 ล้านต่อรายก็เป็นได้ ซึ่งประเทศไทยควรต้องนำเอาประสบการณ์และตัวอย่างที่ดีของประเทศที่เป็นผู้นำ ด้านเทคโนโลยีโทรคมนาคมเป็นตัวอย่าง

อย่าลืมว่าฟินแลนด์เป็นประเทศ ที่อุตสาหกรรมโทรศัพท์มือถือเป็น ส่วนสำคัญของประเทศ หน่วยงานกำกับดูแลยังคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ใช้บริการเป็นหลัก ไม่ใช่กำหนดราคาใบอนุญาตให้สูงเพื่อนำเงินเข้ารัฐให้มากที่สุด

ตัวอย่าง ของประเทศที่ประสบความสำเร็จในการให้ราคาคลื่นความถี่ที่ราคาถูกยังมีอีกมาก มาย นอกเหนือจากตัวอย่างที่คุ้นเคยกันในยุโรปและเอเชีย ยังมีตัวอย่างของประเทศที่กำลังพัฒนา ดังเช่นกัวเตมาลา ในละตินอเมริกา ซึ่งได้ตั้งราคาคลื่นความถี่ไว้ที่ต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านอย่างอาร์เจนตินา บราซิล และเปรูราว 4 เท่า และต่ำกว่าเม็กซิโกราว 2 เท่า ผลที่ได้คือทำให้บริการ 3G สามารถเข้าถึงประชากรได้สูงกว่าเพื่อนบ้านถึง 2 เท่า โดยในระยะเวลา 5 ปีหลังการจัดสรร คลื่นความถี่ ประเทศกัวเตมาลามีการขยายตัวของผู้ใช้ 3G สูงถึง 500%

ในขณะที่ค่า เฉลี่ยของประเทศเพื่อน บ้านอื่น ๆ อยู่ราว 250% เท่านั้น นอกเหนือ จากนี้ยังมีผลทำให้ราคาค่าบริการต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านอื่น ๆ ราว 2 เท่า เช่นกัน

ดังนั้น เรื่องราวของราคาใบอนุญาตคลื่นความถี่ 3G จึงไม่ใช่เรื่องใหม่นักวิชาการทั้งในไทยและต่างประเทศได้ต่างสนับสนุนโดย หลักวิชาการให้ราคาใบอนุญาตต้องต่ำที่สุด แม้กระทั่งที่ปรึกษาของ กทช.เองก็ยังมีความเห็นในแนวทางเดียวกันนี้

ในขณะนี้เวลาของประเทศ ไทยมาถึงแล้ว ที่ประชาชนต้องมีโอกาสตัดสินใจ ร่วมกันว่าเราจะพัฒนาประเทศและอุตสาหกรรมโทรคมนาคมอย่างไรต่อไป เราจะพิจารณาอย่างเป็นธรรมโดยฟังความ

เห็นของนักวิชาการส่วนมากที่มี หลักฐานทางวิชาการและประสบการณ์จริงของต่างประเทศสนับสนุน หรือจะฟังเพียง ความเห็นของนักวิชาการส่วนน้อยที่มีมุมมองแคบ และคำนึงถึงเพียงแค่ให้ได้เงินที่เข้ารัฐในเบื้องต้นเท่านั้น

โดย ที่ไม่คำนึงถึงผลลัพธ์ตอนปลายที่หากราคาใบอนุญาตสูงย่อมจะกระทบต่ออัตราค่า บริการของประชาชนที่สูง ตามไปด้วย รวมถึงคุณภาพการให้บริการประชาชนโดยตรง

โดยเฉพาะผลต่อการพัฒนาของ เทคโนโลยีและอุตสาหกรรมโทรคมนาคมของประเทศไทยในอนาคต ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่ประชาชนที่เป็นผู้ใช้บริการทุกคนต้องรับรู้และเข้า ใจและร่วมแรงร่วมใจกันผลักดันให้การดำเนินการเป็นไปในแนวทางที่ถูกต้องเหมาะ สมกับประเทศ และเพื่อประโยชน์ของประเทศสูงที่สุดอย่างแท้จริง

ประชาชาติธุรกิจ 01 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 34 ฉบับที่ 4223