ผู้เขียน หัวข้อ: เล็งฟาด100ล. ล็อกซเล่ย์ชูนิว i-Kool Real 3G โวย กทช. ล่ามผู้เช่าใช้โครงข่าย  (อ่าน 291 ครั้ง)

monchai

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1355
    • อีเมล์
ล็อกซเล่ย์จวก กทช. ล่ามผู้เช่าใช้โครงข่ายและทำตลาด 3G ไว้กับผู้ได้ไลเซนส์รายเดียว ไม่ใช่ MVNO 3G เป็นได้แค่ตัวแทนจำหน่าย เชื่อการทำ MVNO มีโอกาสโต หากโอเปอเรเตอร์ไม่แช่แข็ง ล่าสุดประกาศศักยภาพความเป็น MVNO ทีโอที ด้วยการรีแบรนด์จาก i-Kool 3G สู่ i-Kool Real 3G สะท้อนภาพบริการเครือข่าย 3G อย่างแท้จริง ตั้งเป้าสิ้นปีนี้ลูกค้าถึง 3 หมื่นรายกวาดรายได้ 100 ล้าน
       
       นายสุรช ล่ำซำ กรรมการผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ล็อกซเล่ย์ ผู้เช่าใช้โครงข่ายและทำตลาดระบบ 3G บนเครือข่าย TOT 3G กล่าวว่า หากคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ให้ใบอนุญาต หรือไลเซนส์ 3.9G ก็มีแผนจะเข้าไปเป็นผู้เช่าใช้โครงข่าย (MVNO) ของผู้ได้ไลเซนส์ใหม่ หลังได้รับสิทธิ์การให้บริการจากทีโอทีและเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อวัน ที่ 3 ธ.ค. 2552 แต่กรณี ที่กทช. กำหนดให้เป็น MVNO ได้กับผู้ให้บริการหรือผู้ที่ได้ไลเซนส์เพียงรายเดียวถือว่าไม่ใช่ MVNO จริงเป็นได้แค่ตัวแทนจำหน่าย
       
       ทั้งนี้ในการเป็น MVNO ของ TOT 3Gล็อกซเล่ย์ได้มีการรีแบรนด์ดิ้งจาก i-Kool 3G เป็น i-Kool Real 3G เพื่อสะท้อนภาพลักษณ์ตราสินค้าใหม่ที่ต้องการสื่อสารให้เห็นว่าเป็นผู้ให้ บริการบนเครือข่าย 3G ตัวจริง เพราะทุกวันนี้มีผู้ประกอบการหลายรายที่ต่างชูจุดขายในเรื่องของ 3G ออกมาสื่อสารกับตลาด แต่การให้บริการยังคงวิ่งอยู่บนโครงข่ายเดิม ซึ่งแตกต่างจากการให้บริการบนโครงข่าย 3G ของทีโอทีที่ได้เปรียบในเรื่องของความเร็วในการดาวน์โหลดข้อมูลที่สูงกว่า
       
       การปรับภาพลักษณ์ในครั้งนี้ ล็อกซเล่ย์ได้ปรับแพกเกจซิมการ์ดและตัวซิมการ์ด เพื่อสะท้อนให้เห็นความเป็นตัวจริงในการทำตลาดของ i-Kool Real 3G ที่สื่อสารไปยังกลุ่มลูกค้าที่ต้องการความเร็วในการดาวน์โหลดข้อมูล ทั้งจากอุปกรณ์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านแอร์การ์ดยูเอสบี (ดองเกิล) หรือผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่
       
       'การสื่อสารคำว่า Real ออกไปเพราะต้องการให้รู้ว่าเป็นบริการ 3G อย่างแท้จริง เหมือนกับที่มีการให้บริการทั่วโลก'
       
       เดิมล็อกซเล่ย์ใช้แบรนด์ i-Kool 3G ถึงแม้จะเป็นแบรนด์ที่ทันสมัย แต่ยังไม่สามารถสะท้อนภาพลักษณ์ของแนวทางการทำตลาดบนโครงข่าย 3G ทีโอทีได้มากนัก จึงรีแบรนด์ ตราสินค้าให้มีความชัดเจน พร้อมปรับแพกเกจซิมการ์ดใหม่ เพื่อสะท้อนให้กลุ่มลูกค้าเป้าหมายโดยเฉพาะผู้ใช้สื่อสารข้อมูล ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลัก ที่นอกเหนือกลุ่มโมบายล์ อินเทอร์เน็ตที่เป็นกลุ่มลูกค้ารอง เพื่อให้เห็นชัดเจนว่า i-Kool Real 3G เป็นแบรนด์ที่ให้บริการบนโครงข่าย 3G ตัวจริง
       
       ส่วนแนวทางการทำตลาด ล็อกซเล่ย์จะขยายช่องทางการจัดจำหน่าย โดยร่วมกับพันธมิตรที่จำหน่ายอุปกรณ์ดองเกิล ไม่ว่าจะเป็นไอฟ็อกซ์ ดี-ลิงค์ เอชทีซี และลองเทลในการจำหน่ายซิมการ์ดแบบเติมเงิน i-Kool Real 3G ไปพร้อมกับอุปกรณ์เชื่อมต่อ ผ่านช่องทางขายร้านจำหน่ายอุปกรณ์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตตามร้านสินค้าไอที ที่อยู่ในศูนย์การค้าไอทีต่างๆ เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าที่ต้องการใช้บริการ i-Kool Real 3G ในการเชื่อมต่อข้อมูลความเร็วสูงผ่านทางโครงข่าย 3G เพราะขณะนี้ลูกค้าส่วนใหญ่กว่า 90% ที่ใช้โครงข่าย 3G นิยมนำซิมการ์ดไปใช้กับอุปกรณ์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต เพื่อดาวน์โหลดข้อมูลผ่านโน้ตบุ๊กมากกว่าการดาวน์โหลดผ่านโทรศัพท์มือถือ
       
       นอกจากนี้ ล็อกซเล่ย์ได้เพิ่มจุดให้บริการเติมเงินผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิสทั่วประเทศ ซึ่งจะเริ่มให้บริการในปลายเดือนกรกฎาคมนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้ามากขึ้น จากเดิมที่ให้บริการเติมเงินผ่านเว็บไซต์ www.i-Kool.net หรือที่ร้านค้าของล็อกซเล่ย์
       
       ขณะเดียวกันทีโอทียังได้เพิ่มบริการบนโครงข่าย 3G ให้หลากหลายขึ้น ทั้งบริการ VOICE และ DATA ซึ่งบริการที่พร้อมใช้งานแล้ววันนี้ ได้แก่ บริการ MMS (Multimedia Messaging Service) , RBT (Ring Back Tone) สามารถตั้งเสียงรอสายในแบบเฉพาะของตนเองได้,Video Mail ฝากข้อความได้ทั้งภาพและเสียง,Video Streaming รับชมรายการโทรทัศน์บนโทรศัพท์มือถือได้ และ Video Blog บริการ up link บน social network เช่น facebook, Myspace, Twitter ทำให้ผู้ใช้บริการสามารถอัดวิดีโอ แล้วนำไปโพสต์ไว้บนพื้นที่ที่จัดไว้ได้
       
       'บริการเรื่องเสียงทั้งจีเอสเอ็ม 3.5G หรือ3.9G ไม่ได้แตกต่างกัน ที่ต่างกันคือเรื่องของความเร็วหรือสปีดการสื่อสารข้อมูลที่เข้ามามีบทบาท กับการใช้ชีวิตและธุรกิจในปัจจุบัน'
       
       ทั้งนี้ล็อกซเล่ย์ให้บริการแบบ MVNO ผ่านมา 7 เดือนมีลูกค้าใช้บริการกว่า 10,000 ราย และมากกว่า 50% มีการเติมเงินเพื่อใช้บริการอย่างต่อเนื่อง โดยในแต่ละเดือนมีรายได้เฉลี่ยอยู่ที่ 400 บาทต่อเลขหมาย และจากการปรับภาพลักษณ์และเพิ่มจุดให้บริการแก่ลูกค้าในครั้งนี้ จะทำให้มีลูกค้าเพิ่มขึ้นเป็น 30,000 ราย และทำรายได้กว่า 100 ล้านบาท ภายในสิ้นปีนี้
       
       'MVNO มีโอกาสเติบโตได้ไม่ยากถ้าโอเปอเรเตอร์ไม่แช่แข็ง เปิดโอกาสให้ทำตลาดแบบอิสระ แต่ปัจจุบัน ถ้าเขาให้ทำแค่ไหนก็คงทำได้แค่นั้นเอง'

ASTVผู้จัดการออนไลน์    19 กรกฎาคม 2553 23:04 น.