จับตากระแสการประมูลใบอนุญาต มือถือ 3G ดันหุ้น 3 ยักษ์สื่อสาร "เอไอเอส-ดีแทคและทรู" พุ่งกระฉูด โดยเฉพาะทรู รอบ 1 เดือนที่ผ่านมา ราคาพุ่งเกือบ 100% ปริมาณการซื้อขายเพิ่มหลายเท่าตัว ขณะที่ผู้บริหารระดับสูงสบช่องเทขายหุ้นกันทุกค่าย "ซิคเว่ เบรคเก้" อดีตซีอีโอดีแทค นำทีมเทขายเกลี้ยงพอร์ต รับเงินเฉียด 40 ล้านบาท ขณะที่มีผู้สนใจขอรับแบบฟอร์มเข้าร่วมประมูลแล้ว 14 บริษัท
จากความชัดเจนเกี่ยวกับการ เปิดประมูลใบอนุญาตบริการโทรศัพท์มือถือ 3G โดยคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) กำหนดวันเริ่มต้นประมูลไว้ที่ 20 ก.ย. 2553 แม้ว่าจะมีหลายประเด็นที่บริษัทเอกชนยังไม่พึงพอใจ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการเปิดประมูลใบอนุญาต 3G ที่กำลังจะเกิดขึ้นนั้น ถือเป็นขุมทรัพย์แห่งอนาคตของผู้ให้บริการมือถือ
โดยเฉพาะ 3 ยักษ์หน้าเดิมอย่าง บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส), บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) และ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่นที่ชัดเจนว่าต้องพยายามชิงชัยเพื่อให้ได้ใบอนุญาต 3G เพราะถือเป็นอนาคตของธุรกิจบนเทคโนโลยีใหม่ ซึ่งจะทำให้มีการพัฒนาบริการทางด้านข้อมูลมากขึ้น ซึ่งทั้ง 3 บริษัทก็ประกาศความพร้อมในการเข้าร่วมประมูลอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะพี่ใหญ่เอไอเอสที่มีความพร้อมมากกว่าใครทั้งด้านเงินทุนและทีมงาน
จาก ความคาดหวังในการได้รับใบอนุญาตให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G ทำให้หลังจากที่ กทช.ผ่านร่างประกาศหลักเกณฑ์การออกใบอนุญาต 3G เมื่อ 3 ก.ค.ที่ผ่านมา หุ้นกลุ่มสื่อสารก็อยู่ในส่วนสนใจของนักลงทุนมากขึ้น ต่อมาในช่วงวันที่ 19-20 ก.ค. ที่กระทรวงการคลังออกมาโหมข่าวนโยบายสร้างการแข่งขันที่เท่าเทียม โดยแปลงสัมปทานมือถือ 2จี เป็นใบอนุญาตด้วยระยะเวลา 15 ปีแทน และที่ประชุม ครม. เมื่อ 20 ก.ค. ก็เห็นชอบในหลักการนโยบายดังกล่าว พร้อมกับที่นายกรัฐมนตรีได้ออกมายืนยันว่า จะไม่กระทบกับการดำเนินการประมูล 3G ขณะที่การดำเนินการเปิดประมูล 3G ก็มีความชัดเจนมากขึ้น ส่งผลให้หุ้นของ 3 ยักษ์ผู้ให้บริการมือถือรายเดิมก็มีความคึกคักขึ้นมาอย่าง ต่อเนื่อง
ทั้ง นี้จากข้อมูลจะเห็นว่า ราคาหุ้นมีการปรับขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงปริมาณการซื้อขายหุ้นในแต่ละวันที่เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวจากก่อนหน้า นี้
โดยในส่วนของหุ้นทรู มีการปรับสูงขึ้นเกือบเท่าตัวในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา จากเมื่อวันที่ 20 ก.ค. ราคาอยู่ที่ 3.36 บาทต่อหุ้น ล่าสุดเมื่อ 19 ส.ค. หุ้นทรูปิดที่ 6.35 บาทต่อหุ้น โดยที่มีปริมาณการซื้อขาย 207 ล้านหุ้น จากปกติก่อนหน้านี้จะมีการซื้อขายเฉลี่ยไม่เกิน 100 ล้านหุ้น
ขณะที่ ในส่วนของหุ้นดีแทค เมื่อวันที่ 20 ก.ค. ราคาอยู่ที่ 39 บาท และเมื่อ 19 ส.ค. ราคาปิดที่ 46.25 บาท สำหรับเอไอเอส เมื่อ 20 ก.ค. ราคาหุ้นอยู่ที่ 86.5 บาท และเมื่อ 19 ส.ค. ราคาปิดที่ 93 บาท
แหล่งข่าวจากนัก วิเคราะห์หลักทรัพย์กล่าวว่า แม้จะมีผู้มายื่นขอรับแบบฟอร์มเข้าร่วมประมูลจำนวนนับสิบราย แต่ก็เป็นไปได้ว่าถึง ที่สุดแล้วจะมีผู้เข้าประมูล 3 รายเดิม คือ เอไอเอส ดีแทค และทรูมูฟ เพราะมีความได้เปรียบในการเป็นผู้ให้บริการที่มีฐานลูกค้าเดิมอยู่แล้ว ซึ่งการได้ใบอนุญาต 3G มาจะช่วยในการต่อยอดและขยายธุรกิจสำหรับอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณี ทรูมูฟ ซึ่งเดิมเป็นผู้ให้บริการรายเล็กอาจพลิกสถานการณ์ขึ้นมาเป็นผู้นำได้จากการ ได้ไลเซนส์ 3G เนื่องจากเงื่อนไขในไลเซนส์ใหม่ ส่งเสริมผู้ประกอบการรายใหม่ เช่น การเปิดให้ใช้โครงข่ายหลักร่วมกัน หรือเงื่อนไขการส่งคืนคลื่น เป็นต้น จึงส่งผลให้ราคาหุ้นของทรูมีการปรับขึ้นสูงมากเกือบเท่าตัว
นอกจาก นี้จะพบว่าผู้บริหารระดับสูงของทั้ง 3 บริษัท ได้มีการเทขายหุ้นในจังหวะที่ราคาหุ้นปรับตัวสูงขึ้น ได้แก่ นายซิคเว่ เบรคเก้ อดีตซีอีโอของดีแทค ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้บริหารและกรรมการของบริษัท เทเลนอร์ เอเชีย (อาร์โอเอช) จำกัด ซึ่งได้ขายหุ้นดีแทคที่มีอยู่ทั้งหมดออกไป ตั้งแต่ 30 ก.ค.-17 ส.ค. 2553 จำนวน 9 ครั้ง รวม 9 แสนหุ้นคิดเป็นมูลค่ารวม 39.66 ล้านบาท
รวมถึง นายวิเชาวน์ รักพงษ์ไพโรจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทรูออนไลน์ จำกัด ได้ขายหุ้นทรู เมื่อ 29 ก.ค.ที่ผ่านมา 232,600 หุ้น ที่ราคา 4.30 บาท และเมื่อ 17 ส.ค. จำนวน 166,700 หุ้น ในราคาหุ้นละ 6.15 บาท ขณะที่นายอธึก อัศวานันท์ ประธานเจ้าหน้าที่ผ่ายกฎหมายของทรู ได้ขายหุ้นไป 2 แสนหุ้น เมื่อวันที่ 24-25 มีนาคมที่ผ่านมา ที่ราคาหุ้นละ 3.02 บาท และ 3.10 บาท
ขณะ ที่บริษัทเอไอเอส นายวิกรม ศรีประทักษ์ กรรมการของเอไอเอส ได้ทยอยขายหุ้นเอไอเอสตั้งแต่ช่วง 3 มิ.ย.-16 ส.ค.ที่ผ่านมา จำนวน 6 ครั้ง รวม 396,024 หุ้น ขณะที่นายวิเชียร เมฆตระการ ซีอีโอของบริษัท ได้ขายหุ้นออกไปตั้งแต่ช่วง เดือน เม.ย.-มิ.ย. 53 จำนวน 7 ครั้ง รวม 138,000 หุ้น
ด้าน พ.อ.นที ศุกลรัตน์ กรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) เปิดเผยว่า ขณะนี้มีผู้สนใจขอรับแบบฟอร์มเพื่อเข้าร่วมประมูลใบอนุญาตให้บริการ 3G ทั้งหมด 14 ราย ได้แก่ บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) บริษัทแอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ตเวิร์ค จำกัด (ในเครือเอไอเอส), บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค), บริษัท ดีแทค อินเทอร์เน็ต เซอร์วิส จำกัด (ในเครือ ดีแทค), บริษัท ทรูมูฟ จำกัด, บริษัท เอสแอนด์เค ไวร์เลส จำกัด (ในเครือ ทรูคอร์ป), บริษัท สมุทรปราการ มีเดีย คอร์ปเรชั่น จำกัด (เครือทรูคอร์ป), บมจ.สามารถ ไอ-โมบาย, บมจ.จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล, บมจ.ล็อกซเล่ย์, บริษัท มิลคอมซิสเต็มซ์ จำกัด และสำนักกฎหมายเจมส์ แอนด์ พาร์ทเนอร์
ทั้งนี้ กทช.จะเปิดให้ผู้สนใจยื่นขอรับแบบฟอร์มเข้าประมูลถึง 29 สิงหาคมและกำหนดยื่นเอกสารการประมูลในวันที่ 30 ส.ค.นี้
ประชาชาติธุรกิจ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 34 ฉบับที่ 4238