ฉับพลัน ที่ศาลปกครองสูงสุดอ่านคำสั่งก่อนการพิพากษาคดี 3G จบลง โดยมีคำสั่งให้ทุเลาการบังคับตามประกาศ กทช. เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อการประกอบกิจการ โทรศัพท์เคลื่อนที่ IMT ย่าน 2.1 GHz ลงวันที่ 23 ก.ค. 2553 ให้ กทช.ระงับการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อการประกอบกิจการโทรศัพท์เคลื่อน ที่ IMT ย่าน 2.1 GHz และการดำเนินการต่อไปตามประกาศดังกล่าวไว้เป็นการชั่วคราว นับแต่วันที่ 23 ก.ย. 2553 ทำให้การประมูลใบอนุญาต 3G ต้องล้มเลิกไป
ประเด็นที่น่า จับตาคือคำวินิจฉัยของศาลที่เป็นเหตุผลประกอบการออกคำสั่งก่อนคำพิพากษาดัง กล่าว ที่ระบุเหตุผลว่าข้อเท็จจริงปรากฏว่า ไม่มีคณะกรรมการร่วมการจัดทำแผนแม่บทการบริหารคลื่นความถี่และตารางกำหนด คลื่นความถี่แห่งชาติ ตลอดจนจัดสรรคลื่นความถี่ระหว่างคลื่นความถี่ที่ใช้ในกิจการวิทยุกระจาย เสียง วิทยุโทรทัศน์ และโทรคมนาคมจึงไม่เกิดขึ้น
ดังนั้นการกำหนด นโยบายและจัดทำแผนแม่บทกิจการโทรคมนาคมและแผนความถี่วิทยุของ กทช. ตามมาตรา 51 วรรค 1 (1) แห่ง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2543 จึงมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยกฎหมาย ด้วยเหตุนี้การออกประกาศของ กทช. จึงน่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย
บ่ายวันเดียวกัน 5 ใน 7 กทช.
ได้แก่ ประสิทธิ์ ประพิณมงคลการ ประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.), สุธรรม อยู่ในธรรม, พนา ทองมีอาคม, พ.อ.นที ศุกลรัตน์ และสุรนันท์ วงศ์วิทยะกำจร
"ประสิทธิ์" กล่าวว่า อยากให้มีการอ่านคำสั่งศาลให้ละเอียด ศาลยังไม่ได้ตัดสินอะไรหรือตีความ เวลานี้ยังเร็วเกินไปที่จะพูดถึงกรอบอำนาจ กทช. มี "อ.สุธรรม" กทช. มือกฎหมายเสริมว่า คำสั่งศาลบอกให้หยุดกิจกรรมเฉพาะ 3G ไม่ได้ห้ามไม่ให้ทำกิจกรรมอื่น ๆ ขออย่าเพิ่งตื่นเต้น
ขณะที่ "พนา" กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ กทช.ออกใบอนุญาต 2.1 GHz ไม่ได้ ส่วนการจะส่งตีความอำนาจ กทช. เป็นเรื่องที่ศาลปกครองจะเป็นผู้ดำเนินการ เพราะเป็นกระบวนการที่ กทช.เอื้อมเข้าไปไม่ถึง
"ตอนนี้อยากฝากให้โอ เปอเรเตอร์ที่มี 3G อยู่ในมือ พัฒนาบริการต่อไปเพราะประชาชนต้องการใช้ 3G มาก ส่วนประชาชนจะเลือกใช้ของใครก็แล้วแต่ อยากให้ผู้ให้บริการมองว่านี่คือโอกาสในการฉุกคิดถึงอนาคตของโทรคมนาคมไทย"
ประธาน กทช.กล่าวว่า กรณีดังกล่าวเป็นความขัดแย้งทางกฎหมาย เป็นปัญหานิติบัญญัติที่ร่างกฎหมายมาแล้วขัดกันเอง สิ่งที่ กทช.ทำได้คือเดินตามกฎหมายที่ตนเป็นผู้กำกับดูแลและสานต่อภารกิจของ กทช. ชุดก่อน
"การลาออกไม่ใช่ทางออกที่ดี เพราะทุกท่านอยากเห็น 3G อยากเห็นเทคโนโลยีก้าวหน้าขึ้น เหตุการณ์ที่เกิดเป็นแค่อุปสรรคเล็กน้อยในการทำงาน ซึ่งทุกหน่วยงานก็มีโอกาสต้องเจอ ฉะนั้นอย่าย่อท้อ"
ส่วนผลของศาล ปกครองจะกระทบกับการโอนกรรมสิทธิ์ในคลื่น 2.1 GHz ที่ กทช.ดำเนินการให้ทีโอทีได้รับสิทธิในการบริหารแต่ผู้เดียวเมื่อ 2 ปีก่อน หลังจากรัฐธรรมนูญปี 2550 ประกาศใช้และเป็นการดำเนินการในคลื่น 2.1 GHz เช่นเดียวกับที่ กสทฯฟ้องร้องนั้น "พ.อ.นที" ตอบว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบเช่นเดียวกับการจัดสรรคลื่นไวแม็กซ์ โดยในการประชุมบอร์ด กทช. สัปดาห์หน้า จะมีการพิจารณากรอบอำนาจหน้าที่ที่ กทช.สามารถทำได้ตามนัยของคำสั่งศาล
ขณะเดียวกันจะมีการตั้งคณะ กรรมการตรวจสอบพิจารณาการเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการเตรียมการจัด ประมูล 3G ที่มีวงเงินสูงกว่า 80 ล้านบาท แต่บางส่วนน่าจะมีการเจรจากับคู่สัญญาได้ เนื่องจากต้องยุติการประมูลด้วยเหตุสุดวิสัย
"กทช.ทุกคนไม่ได้คาดคิด มาก่อนว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนั้น ประชาชนก็เช่นกัน ทุกอย่าง กทช.พยายามทำอย่างที่สุด พร้อมให้ตรวจสอบหากใครจะใช้โอกาสนี้ตรวจสอบก็ยินดี แม้ภารกิจไม่ลุล่วงแต่ก็เพียงพอแสดงให้เห็นว่า กทช.มีความรับผิดชอบต่อประชาชน และภารกิจที่ได้รับมอบหมาย การจะสรุปบทเรียนที่ใช้เวลาเตรียมตั้งแต่ ปี 2548 ต้องใช้เวลามากกว่าจะสรุปได้ ตอนนี้ แต่อยากให้ทุกคนมองว่า ไม่ได้ 3G วันนี้ ก็ใช่ว่าจะไม่มีวันได้ ไม่ได้ 3.9 G ก็อาจได้ 4G" พ.อ.นทีกล่าว
อย่าง ไรก็ตามการสะดุดหยุดลงของการประมูลใบอนุญาต 3G โดย กทช. ทำให้โอกาสในการเข้าถึงเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงของประชาชนใน พื้นที่ห่างไกลล่าช้าออกไป แม้จะมีเทคโนโลยีทางเลือกอย่างไวแม็กซ์ ก็ไม่แน่อีกว่าจะมีปัญหาเหมือน 3G หรือไม่ ซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะชะงักงันในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทย
"จุติ ไกรฤกษ์" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวว่า รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาแบบคู่ขนาน โดยในสัปดาห์หน้าจะหารือฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ ตีความปมปัญหาอำนาจของ กทช. และในส่วนสภาผู้แทนราษฎรได้เดินหน้าพิจารณาร่าง พ.ร.บ.กสทช. ซึ่งวันพุธที่ 29 ก.ย.นี้ จะมีการลงมติตั้งคณะกรรมาธิการร่วม 2 สภา เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวให้มีผลบังคับใช้โดยเร็ว คาดว่าในเดือน พ.ย.จะมีผลบังคับใช้ จากนั้นอีก 180 วันจะสรรหาคณะกรรมการ กสทช.ได้ และอนุมัติการประมูลได้ภายในปีหน้า
"3G เป็นเพียงส่วนหนึ่งของนโยบายบรอดแบนด์แห่งชาติของรัฐบาล ซึ่งนายกฯกำชับให้กระทรวงไอซีทีทำบรอดแบนด์แห่งชาติให้เสร็จใน 2 ปี โดยใช้เครือข่ายของรัฐ ไม่ว่าจะเป็น ปตท., การรถไฟฯ รวมทั้งรัฐวิสาหกิจอื่น ๆ หากเปิดให้เอกชนเข้ามาเช่าทางด่วนข้อมูลได้ ประชาชนที่สนใจใช้ อินเทอร์เน็ตในการส่งถ่ายข้อมูลก็จะได้ใช้ในราคาถูกและมีความเร็วสูง"
รายงาน ข่าวแจ้งด้วยว่า การประชุมสภาผู้แทนราษฎร สมัยสามัญนิติบัญญัติ (23 ก.ย. 53) มีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ... (กสทช.) ซึ่งวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติม 23 มาตรา โดยสมาชิกส่วนใหญ่ทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้านได้อภิปรายสนับสนุนให้มีการตั้งคณะ กรรมาธิการร่วมจาก 2 สภา เนื่องจากไม่เห็นด้วยกับหลายมาตราที่วุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติม โดยเฉพาะจำนวนคณะกรรมการ กสทช. ที่เพิ่มจาก 11 คน เป็น 15 คน เพิ่มผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงและศาสนาเข้ามา ซึ่งไม่เกี่ยวข้องโดยตรงและไม่เกิดความคล่องตัวในการทำงาน ส่วนการกำหนดกรอบอายุของ กสทช. จากเดิม 30-65 ปี เป็น 35-70 ปี อาจเกิดปัญหากรรมการสูงอายุมากเกินไป ก้าวตามไม่ทันเทคโนโลยี
นาย แพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส. พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ เห็นว่าควรทบทวนการให้ฝ่ายธุรการของ กสทช.ตรวจสอบบุคคลที่เป็น กสทช. ให้เป็นหน้าที่ของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาตามเดิม เพื่อถ่วงดุลอำนาจและป้องกันการทุจริตเชิงนโยบาย นอกจากนี้ กสทช.มีรายได้เข้าองค์กรจำนวนมาก จึงควรส่งรายได้เข้า แผ่นดินทุก 1 ปี ไม่ใช่ 3 ปีตามที่แก้ ขณะที่การจัดสรรคลื่นความถี่ถือเป็นสมบัติแผ่นดินให้ภาคประชาชนควรมีสัดส่วน ร้อยละ 20
ประชาชาติธุรกิจ 27 กันยายน พ.ศ. 2553 ปีที่ 34 ฉบับที่ 4248