ครม.อนุมัติแผนลงทุนขยายโครงข่าย 3G ทีโอที 1.9 หมื่นล้านบาท หลังดองจนได้ที่ คาดเปิดประมูลได้ภายใน 3 เดือน ใช้เงินกู้ในประเทศ แจงแผนให้บริการเปิดให้เอกชนมารับช่วงให้บริการต่อ (MVNO) 100% ด้านทีดีอาร์ไอ ชี้โอกาสทองทีโอทีให้บริการก่อนเอกชน 2 ปี อัดยับ กทช.ผลาญงบสาธารณะโหมโปรโมต 3G ไม่ศึกษาอำนาจตามกฎหมายให้ถ่องแท้
นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่ากระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วานนี้ (28ก.ย.) ได้อนุมัติโครงการลงทุนโทรศัพท์มือถือระบบ 3G ของบริษัททีโอที ซึ่งได้กำชับให้ต้องทำอย่างเร็วที่สุดตามความต้องการของนายกรัฐมนตรี โดยต้องการให้เป็นส่วนเสริมในขณะที่การประมูล 3G ของกทช.ยังไม่เกิด
"เบื้องต้นโครงการดังกล่าว เริ่มจากการขยายโครงข่ายในกทม.ปริมณฑลและ12-15 จังหวัดก่อน โดยจะครอบคลุม 50% ของผู้ใช้บริการมือถือ ก่อนขยายให้ครอบคลุม 70% ของประชากรภายใน 6-9 เดือน"
นอกจากนี้ ในที่ประชุมครม.มีข้อซักถามเกี่ยวกับแผนบริหารความเสี่ยงของทีโอที หาก กทช.สามารถเดินหน้าประมูล 3G ได้ เพราะจะทำให้เกิดผู้ให้บริการ 3G เพิ่มขึ้นอีก 3 ราย
ทั้งนี้ ทีโอทีมีใบอนุญาตให้บริการโทรศัพท์มือถือ 3G ตั้งแต่ปี 2535 การที่ทีโอทีจะต้องสูญเสียรายได้จากค่าสัมปทาน 2G จึงต้องหารายได้เพิ่ม ด้วยการตั้งโครงข่ายให้เช่า เพื่อเพิ่มรายได้ในระยะยาว ซึ่งที่ครม.อนุมัติคือบริษัทลูกของทีโอที ที่ในอนาคตได้เปิดช่องให้สามารถหาพันธมิตรมาร่วมได้
สำหรับโครงการลงทุนโทรศัพท์มือถือระบบ 3G ของทีโอที ถูกเสนอเข้าครม.ตั้งแต่ปี 2551 ด้วยงบประมาณ 2.9 หมื่นล้านบาท แต่ที่ประชุมครม.เมื่อวันที่ 25 ส.ค.ที่ผ่านมาได้อนุมัติให้ปรับกรอบลงทุนเหลือ 19,980 ล้านบาทโดยแบ่งเป็นส่วนขยายโครงข่ายใหม่ ซ่อมแซมโครงข่ายเดิม และมีบางส่วนที่ใช้งานร่วมกับภาคเอกชน ซึ่งโครงการดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในแผนโครงข่ายบรอดแบนด์แห่งชาติ
รายงานข่าวแจ้งว่า วันเดียวกัน กทช.ได้ขอประสานมายังนายจุติ เพื่อเป็นตัวกลางเชื่อมปรองดองระหว่าง กทช. กสท. และทีโอที ในเวลา 18.00 น.วันที่ 28 ก.ย.นี้ แต่ไม่มีการเปิดเผยสถานที่
** กู้กรุงไทยบวกเงินทีโอทีทำ 3G **
แหล่งข่าวในทีโอทีกล่าวว่า แหล่ง เงินทุนของโครงการ 3G นั้น (กระทรวงการคลังไม่รับประกันเงินกู้) แบ่งเป็นเงินกู้ในประเทศ ซึ่งคาดว่าจะกู้ยืมจากธนาคารกรุงไทยราว 15,000 ล้านบาท ส่วนที่เหลือ 4,000 กว่าล้านบาทจะเป็นเงินลงทุนของทีโอทีเอง โดยมีจำนวนสถานีฐาน 5,320 สถานี การลงทุนโครงข่ายจะเป็นการขอร่วมใช้โครงข่ายกับบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) และโครงข่าย CDMA ของ บริษัท กสท โทรคมนาคม เพื่อลดต้นทุนและเป็นการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรที่มีอยู่ให้มากที่สุด โดยการดำเนินการ 3G ทีโอทีจะต้องตั้งบริษัทลูกขึ้นมาดำเนินการเพื่อความคล่องตัว
สำหรับการใช้โครงข่ายร่วมจะทำให้สามารถดำเนินการสร้างโครงข่ายได้รวด เร็วขึ้น ในภาพรวมจะเช่าสถานีฐานจากผู้ประกอบการรายอื่นประมาณ 3,040 แห่ง หรือคิดเป็น 57% จากจำนวนสถานีฐานรวม 5,320 แห่ง ที่เหลือเป็นการใช้สถานีฐานที่ทีโอที มีอยู่เดิมในโครงข่ายโทรศัพท์พื้นฐานจำนวน 1,562 แห่ง คิดเป็น 29% และติดตั้งใหม่ประมาณ 718 แห่ง คิดเป็น 14%
ทั้งนี้ ทีโอทีตั้งเป้าหมายมีลูกค้า 320,000 เลขหมายในปี 2553 เพิ่มเป็น 7.4 ล้านเลขหมายในปี 2558 มีส่วนแบ่งตลาดไม่น้อยกว่า 8% โดยมุ่งเน้นการขายส่งเป็นหลัก โดยมีอัตราผลตอบแทนของโครงการ (IRR) เท่ากับ 19.49 % มีมูลค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV) ประมาณ 11,411 ล้านบาท และระยะเวลาคืนทุน (Payback Period) ประมาณ 7 ปี
อย่างไรก็ตาม เพื่อให้สามารถสร้างฐานลูกค้าจำนวนมากในระยะเวลาอันสั้นและลดความเสี่ยงใน ด้านการแข่งขัน ทีโอที จะดำเนินธุรกิจด้วยกลยุทธ์การขายต่อบริการแก่ ลูกค้าขายส่ง ที่เรียกว่า Mobile Virtual Network Operator (MVNO) โดย MVNO เป็นผู้ให้บริการที่ไม่มีสิทธิในคลื่นความถี่ในการให้บริการ และดำเนินธุรกิจด้วยการเช่าใช้โครงข่ายของผู้ให้บริการที่มีโครงข่ายเพื่อ ให้บริการแก่ผู้ใช้บริการรายย่อย (ลูกค้าปลีก) โดยอาศัยจุดแข็งด้านต่าง ๆ อาทิ ช่องทางการจำหน่าย แบรนด์และการทำการตลาด
MVNO จะมีบทบาทสำคัญในการทำตลาดที่ ทีโอที ไม่มีความถนัด การใช้ประโยชน์จากโครงข่าย (Network Utilization) ที่เพิ่มขึ้นจากการเช่าใช้ของ MVNO ยังส่งผลให้ต้นทุนต่อหน่วยของการดำเนินธุรกิจลดลง ซึ่งจะทำให้ ทีโอที สามารถแข่งขันกับผู้ให้บริการรายอื่นในตลาดได้ดีมากยิ่งขึ้นด้วย
สำหรับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายบริการ 3G ในระยะเริ่มต้น ได้แก่ กลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง เนื่องจากผู้ใช้จะต้องลงทุนเพิ่มเติมในการใช้งานอุปกรณ์ประเภทต่าง ๆ เช่น โทรศัพท์มือถือที่รองรับ 3G, USB Modem, หรือ Embedded Notebook และเป็นกลุ่มที่มีค่าใช้จ่ายในการใช้บริการโทรศัพท์มือถือต่อเดือนสูง ซึ่งสามารถจ่ายเงินเพิ่มเพื่อใช้บริการด้านข้อมูลเพิ่มจากบริการ เสียง ได้แก่ กลุ่มวัยรุ่น นักเรียน นักศึกษาที่มีฐานะดี กลุ่มครอบครัวที่มีฐานะดี กลุ่มผู้บริหาร นักธุรกิจ และคนทำงานมืออาชีพ กลุ่มลูกค้าประเภทองค์กร กลุ่มลูกค้าองค์กรรัฐ ราชการและรัฐวิสาหกิจ และให้ความสำคัญกับบริการโมบายล์ บรอดแบนด์เป็นหลัก
*** ทีโอทีพร้อมประมูล 3G ใน 3 เดือน ***
นายวรุธ สุวกร กรรมการผู้จัดการใหญ่ ทีโอทีกล่าวภายหลังการประชุมบอร์ดว่าหลังจากที่ ครม. อนุมัติโครงการขยายโครงข่าย 3G วงเงิน 19,980 ล้านบาทแล้ว ทีโอทีจะเร่งทำงานคู่ขนานกันระหว่างการจัดทำเงื่อนไขการจัดซื้อจัดจ้าง (ทีโออาร์) และการจ้างที่ปรึกษาในการหาแหล่งเงินกู้ โดยในวันที่ 14 ต.ค.นี้ จะนำร่างทีโออาร์เข้าที่ประชุมบอร์ดทีโอที เพื่อขออนุมัติหลักการและจะสามารถทำการประมูล ได้ภายใน 3 เดือน ซึ่งในทีโออาร์จะกำหนดให้จัดทำสถานีฐาน จำนวน 4,772 สถานีฐานให้แล้วเสร็จภายใน 360 วัน
ส่วนผู้เช่าใช้โครงข่าย (MVNO) ของ 3G ทีโอทีปัจจุบันทั้ง 5 รายคือสามารถ ไอโมบาย , ล็อกซ์เล่ย์ ,ไออีซี , 365 และเอ็ม คอนซัลท์ ภายในสิ้นปีนี้ทีโอทีจะประเมินผลการทำตลาดและจำนวนลูกค้าของ MVNO ทั้ง 5 ราย โดยปัจจุบันลูกค้าของ MVNO ทั้ง 5 รายมีรวมกันประมาณ 1.4 แสนราย หลังจากเปิดให้บริการตั้งแต่ 3 ธ.ค. 2552
นอกจากนี้ ยังมีแผนจ้างที่ปรึกษาเพื่อศึกษาแผนการทำธุรกิจ 3G และการเพิ่มจำนวน MVNO รวมทั้งรูปแบบการให้บริการ ในแต่ละพื้นที่ หลังมีโครงข่าย 3G ทีโอที ครอบคลุมทั่วประเทศ
‘หลังจากได้รับอนุมัติขยายโครงข่าย 3Gในเบื้องต้นจากครม.แล้ว ในอนาคตหากต้องการขยายโครงข่ายเพิ่มอาจหาพันธมิตรร่วมลงทุน ซึ่งอาจตั้งเป็นบริษัทร่วมทุนก็ได้’
*** "มาร์ค"หนุนทีโอทีทำ 3G ***
เมื่อเวลา 17.15 น. ที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีครม. อนุมัติให้ทีโอทีพัฒนาระบบ 3G ว่า มีส่วนทำให้การใช้ระบบ 3G มีความรวดเร็วมากขึ้น จริงๆ แล้ว ตัวโครงข่ายที่เป็นโครงข่ายหลัก ขณะนี้รัฐพยายามเร่งรัดและมีหลักคิดอยู่แล้ว เรื่องการไม่ให้ลงทุนซ้ำซ้อนและเดินหน้าในการลงทุนเท่าที่จะทำได้ส่วนหนึ่ง ฉะนั้น จริงๆ แล้ว จะมีส่วนได้บ้าง แต่คงไม่สามารถจะมาทดแทนความชัดเจนในเรื่องการประกอบการเกี่ยวข้องกับ 3G ทั้งหมดได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า การลงทุนครั้งนี้ จะคุ้มค่า หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ประเมินแล้วผลตอบแทนอะไรต่างๆ อยู่ในเกณฑ์ดีและมีการปรับตัวเลขลงมาเทียบกับ เมื่อปี 51 จะเห็นได้ชัดว่าใช้เงินน้อยกว่าและบริการเยอะกว่า แต่เรื่องของการประกอบการเป็นอย่างที่เรียนไปแล้วว่า ทำลักษณะของค้าส่งไม่ใช่ค้าปลีก ซึ่งจะต้องมีบริษัทและผู้ประกอบการพันธมิตรอื่นๆ เข้ามาร่วมด้วย เมื่อถามว่า จะถูกต้องหรือไม่ การที่ตั้งบริษัทลูกขึ้นมาแข่ง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ต้องดูกติกากันอีกทีหนึ่งในการกำกับ
*** ทีดีอาร์ไอชี้โอกาสทองทีโอที ***
เมื่อวันที่ 28 ก.ย.สถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม (สบท.) สำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ จัดเสวนาเรื่อง แม้ยกเลิกประมูล 3G แต่คนไทยยังมีสิทธิ์ใช้บริการ
ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวาณิชย์ รองประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวถึงกรณีที่ครม.อนุมัติให้ทีโอทีขยายโครงข่าย 3G ทั่วประเทศว่า ถือเป็นโอกาสทองของทีโอที เพราะหากดำเนินการได้เร็วการแข่งขันก็จะน้อยลง ชดเชยสิ่งที่เสียเปรียบเอกชนในเรื่องของ 2G ที่มีลูกค้าน้อยมากหรือเกือบจะไม่มีเลย
ทั้งนี้ หากทีโอทีต้องการลดต้นทุนก็ต้องมีการประมูลนานาชาติ (อินเตอร์เนชันแนล บิดดิ้ง) แต่อาจจะต้องใช้เวลานาน เพราะต้องทำหนังสือถึงสถานทูตประเทศต่างๆ อีกอย่างการเปิดประมูลในการขยายบริการ 3G ของทีโอทีอย่าให้เกิดการล็อกได้ เพื่อให้เกิดการแข่งขันจริงๆ ซึ่งจะทำให้ลดต้นทุนในการดำเนินการลงได้อีกทางหนึ่ง
'อย่างน้อยทีโอทีก็ได้ทำก่อนเอกชน 2 ปี ซึ่งก็อยู่ที่ความสามารถในการดำเนินการ ซึ่งการที่ครม.อนุมัติในเรื่องการให้เน้นทำเน็ตเวิร์กเป็นหลัก เพราะเป็นสิ่งที่ทีโอทีเชี่ยวชาญ แต่ก็ต้องมีการปรับปรุงภายในองค์กรด้วย ส่วนการตลาดที่เป็นค้าปลีกก็ให้เอกชนทำ และต้องหากพาร์ตเนอร์ที่เก่งเพื่อทำการตลาดให้เกิดขึ้นจริง'
*** ผลาญงบสาธารณะไปกับ3G ***
ดร.สมเกียรติยังแนะให้กทช.ดำเนินการเกี่ยวกับตัวบทกฎหมายที่เกี่ยว ข้องกับกิจการโทรคมนาคมให้ชัดเจนก่อน เพราะมีบทเรียนจากเรื่องประมูล 3G แล้ว ต่อไปองค์กรรัฐควรจะทำตามขั้นตอนของกฎหมายเพื่อไม่ให้ขาดความน่าเชื่อถือ ไม่เช่นนั้นก็จะเกิดปัญหาแบบเดิมๆ อีกเรื่องคือเสียงสะท้อนออกมาก็ส่งผลกระทบกับกทช.โดยตรง โดยเฉพาะเรื่องการใช้งบในการจัดกิจกรรมต่างๆ ทั้งโรดโชว์ จัดนิทรรศการ การลงโฆษณา การจัดสถานที่ในการประมูล ใช้งบค่อนข้างมากซึ่งเป็นเงินสาธารณะ
'ถ้าการทำงานของกทช.คำนึงถึงความรู้สึกสาธารณะคงไม่มีเสียงสะท้อน ขนาดนี้ และการที่กทช.ออกมาขอโทษและบอกจะเยียวยา แต่กทช.ไม่มีหน้าที่เกี่ยวกับการเยียวยา ฟังแล้วเหมือนจะใช้เงินใช้ทองซึ่งก็รู้สึกสงสัยอยู่ แค่คืนเงินมัดจำให้ผู้เข้าประมูลแค่นั้นก็พอ'
*** อัดกทช.ไม่มีหน้าที่เยียวยา ***
ดร.สมเกียรติอุปมาอุปไมย 3G ว่า ตอนนี้เป็นเหมือนลูกบอลอยู่ในเท้ารัฐบาล แต่รัฐบาลขาดเจตจำนงค์ทำให้เรื่องง่ายๆ ออกมาไม่ได้ ซึ่งจะเห็นได้จากสภาฯล่ม อีกอย่างมีการโทษกันไปมาระหว่างสภาผู้แทนราษฎรกับวุฒิสภาเกี่ยวกฎหมายโทร คมนาคม การปฏิรูปวงการโทรคมนาคมถ้าจะให้เกิดทั้ง 2 ฝ่ายต้องเลิกโทษกัน แต่ต้องมีเจตจำนงค์ให้กฎหมายเกี่ยวกับการตั้งคณะกรรมการกำกับกิจการวิทยุ กระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เสร็จโดยเร็ว เพราะเมื่อมี กสทช.แล้วก็ต้องกฎหมายเกี่ยวกับกิจการโทรคมนามตามมาอีก ซึ่งคงต้องใช้เวลาอีกพอสมควร
'รัฐบาลจะทำอะไรก็ควรรีบทำ อย่างเปลี่ยนสัมปทาน 2G เป็นใบอนุญาต 15 ปี ช่วงนี้ถือเป็นเวลาที่เหมาะสม ไม่ควรรอให้ถึงการประมูล 3G ซึ่งเรื่องตรงนี้ก็ต้องแก้กฎหมายเช่นกัน อย่าให้เกิดอุบัติเหตุทางการเมือง'
*** 3G ต้องปลอดการเมือง ***
ดร.พิเชษฐ์ ฤทธิสุนทร ที่ปรึกษาวิศวกรรมโครงข่าย 3G TOT กล่าวว่า การจะเปิดประมูล 3G ย่านความถี่ 2.1GHz ต้องแก้ที่ต้นตอของปัญหาคือเรื่องสัญญาสัมปทาน ต้องดำเนินการให้จบสิ้นก่อน ที่ผ่านมาหาก กทช.เป็นกลางไม่ผูกเทคโนโลยีว่าเทคโนโลยีแบบนี้เหมาะกับบริการประเภทไหน และที่สำคัญสุดคือการลงทุนเกี่ยวกับ 3G ต้องแยกธุรกิจออกจากนักการเมือง เพราะเป็นส่วนสำคัญที่เข้ามาครอบงำเกี่ยวกับการดำเนินการ อย่างทีโออาร์ 3G ทีโอทีก็ให้มีการเปลี่ยนแปลง เดิมสั่งให้แบบอินเตอร์เนชันแนล บิด มาเป็นโลคัล บิดหรือการประกวดราคาทั่วไป
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 29 กันยายน 2553 10:58 น.